← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Hereditary Society Community of the USA เครือข่ายสังคมสายโลหิต

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 2002 เพื่อเป็นศูนย์กลางสำหรับสมาคมสายโลหิตกว่า 300 แห่งในสหรัฐอเมริกา
  • จัดกิจกรรม 'Hereditary Fortnight' ประจำปีในเดือนเมษายน ณ วอชิงตัน ดี.ซี.
  • มีโครงสร้างการบริหารแบบ Council และ Cabinet โดยมีสมาชิกบางส่วนมาจากการแต่งตั้งตลอดชีพ

Hereditary Society Community of the United States of America (HSC) เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อสาธารณะสำหรับสมาคมสายโลหิต (lineage societies) กว่า 300 แห่งในสหรัฐอเมริกา

โลโก้ของ Hereditary Society Community
สัญลักษณ์ของ Hereditary Society Community of the United States of America

ประวัติความเป็นมา

สมาคมสายโลหิตในอเมริกาเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยอาณานิคม โดยเปิดโอกาสให้นักประวัติศาสตร์และนักลำดับวงศ์ตระกูลได้ศึกษาประวัติศาสตร์อเมริกาควบคู่ไปกับการวิจัยครอบครัวของตนเอง ก่อนที่จะมีการก่อตั้ง HSC ความพยายามในการรวบรวมข้อมูลสมาคมสายโลหิตมีอยู่ในสิ่งพิมพ์อย่าง American Orders & Societies and Their Decorations (1917) และ The Hereditary Register (1970–1983)

HSC ถูกก่อตั้งขึ้นโดยผู้นำของสมาคมสายโลหิตหลักๆ เนื่องจากขาดแพลตฟอร์มการจัดการความรู้และสิ่งพิมพ์ที่รวบรวมดัชนีข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มต่างๆ และผลักดันให้สมาคมสายโลหิตสมัยใหม่มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่เท่าเทียมมากขึ้น องค์กรได้รับการจดทะเบียนในเดือนตุลาคม 2002 และจัดการประชุมครั้งแรกในเดือนเมษายน 2003 ณ Washington Club ที่ Dupont Circle

การบริหารจัดการ

องค์กรดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ Council (คณะกรรมการบริหาร) และ Cabinet (คณะที่ปรึกษา) โดย Council ประกอบด้วยสมาชิก 15 ท่าน ซึ่ง 12 ท่านเป็นการแต่งตั้งตลอดชีพ และอีก 3 ท่านคือผู้นำบริหารที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้นจาก:

  • Society of the Cincinnati (President General)
  • National Society Daughters of the American Revolution (President General)
  • National Gavel Society (President)

ผู้ก่อตั้งดั้งเดิม 10 ท่านรวมถึง Barry Christopher Howard, John Griffin Richardson Rountree และท่านอื่นๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานขององค์กร

กิจกรรมหลัก

HSC ใช้เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียเพื่อการเข้าถึงชุมชนในวงกว้าง และร่วมมือกับสมาคมสายโลหิตที่หลากหลายเพื่อประสานงานตารางการประชุมประจำปี นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับข้อมูลการติดต่อและสมาชิกที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว รวมถึงบันทึกทางประวัติศาสตร์ของเครื่องหมายและเครื่องแต่งกายประจำกลุ่ม

Hereditary Fortnight

ในเดือนเมษายนของทุกปี HSC และสมาคมสายโลหิตประมาณ 90 แห่งจะจัดการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกในวอชิงตัน ดี.ซี. ช่วงเวลานี้ถูกเรียกว่า 'Hereditary Fortnight' ซึ่งแม้จะชื่อว่าปักษ์หนึ่ง (สองสัปดาห์) แต่ในความเป็นจริงจะกินเวลาประมาณสามสัปดาห์

กิจกรรมนี้เริ่มต้นจากการประชุมประจำปีของ National Society Daughters of the American Revolution (DAR) ก่อนที่ DAR จะย้ายการประชุมไปเดือนกรกฎาคมในช่วงทศวรรษ 1940 แต่สมาคมสายโลหิตขนาดเล็กกว่ายังคงจัดการประชุมในเดือนเมษายนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

งานกาล่าและสมาชิกกิตติมศักดิ์

ในช่วง Hereditary Fortnight จะมีการจัดงานกาล่าแบบทางการ (White Tie) เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากสมาคมสายโลหิตต่างๆ ได้พบปะกัน โดยสถานที่จัดงานในอดีต ได้แก่ The Willard, Anderson House, Cosmos Club และ Washington Club

ในงานนี้ ผู้นำสมาคมสายโลหิตที่โดดเด่น 4-6 ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็น สมาชิกกิตติมศักดิ์ (Honorary Members) ของ HSC ซึ่งจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและมีการบันทึกชื่อไว้บนเว็บไซต์อย่างถาวร โดยการพิจารณาจะมาจากความเป็นผู้นำ การบริการ และความสำเร็จในชีวิต

การปรับตัวในยุคดิจิทัล

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา HSC ได้ขยายการมีตัวตนบนโลกออนไลน์ผ่านฟอรัมโซเชียลมีเดีย เพื่อรองรับการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ระหว่างสมาชิกจากกว่า 300 องค์กร และในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในปี 2020 และ 2021 HSC ได้จัดกิจกรรมการสนทนาออนไลน์เพื่อหารือเกี่ยวกับความต่อเนื่องของกิจกรรม Hereditary Fortnight

คำถามที่พบบ่อย

Hereditary Society Community (HSC) คืออะไร?

เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อและศูนย์กลางข้อมูลสำหรับสมาคมสายโลหิต (lineage societies) กว่า 300 แห่งในสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมความถูกต้องทางพันธุศาสตร์และประวัติศาสตร์

Hereditary Fortnight คืออะไร?

เป็นช่วงเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ในเดือนเมษายนของทุกปีที่สมาคมสายโลหิตประมาณ 90 แห่งจะมารวมตัวกันเพื่อจัดการประชุมและงานกาล่าในวอชิงตัน ดี.ซี.

ใครสามารถเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของ HSC ได้บ้าง?

ผู้นำสมาคมสายโลหิตที่โดดเด่นซึ่งได้รับการพิจารณาจากความเป็นผู้นำ การบริการ ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง และความสำเร็จในชีวิต รวมถึงผู้นำที่เกษียณอายุจากสมาคมหลักอย่าง Society of the Cincinnati และ DAR