← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชบัญญัติสถาบันฉบับที่ 5 (AI-5) ยุคแห่งการปราบปรามในบราซิล

สรุปใจความสำคัญ

  • ประกาศใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1968 โดยประธานาธิบดี อาร์ตูร์ ดา กอสตา อี ซิลวา
  • ระงับสิทธิในการขอคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ (Habeas Corpus) สำหรับคดีการเมือง
  • ให้อำนาจประธานาธิบดีในการปิดสภาแห่งชาติและปลดนักการเมืองฝ่ายค้านได้โดยไม่มีการตรวจสอบทางศาล
  • นำไปสู่ยุคที่การทรมานและการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเครื่องมือของรัฐ

พระราชบัญญัติสถาบันฉบับที่ 5 (ภาษาโปรตุเกส: Ato Institucional Número Cinco หรือที่รู้จักกันในชื่อ AI-5) คือหนึ่งในสิบเจ็ดฉบับของพระราชบัญญัติสถาบัน (Institutional Acts) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่ออกโดยรัฐบาลเผด็จการทหารของบราซิลภายหลังการรัฐประหารในปี ค.ศ. 1964

AI-5 ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1968 โดยประธานาธิบดี อาร์ตูร์ ดา กอสตา อี ซิลวา (Artur da Costa e Silva) กฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้เกิดการระงับสิทธิพลเมืองส่วนใหญ่ รวมถึงการระงับสิทธิในการขอคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ (habeas corpus) และให้อำนาจรัฐบาลในการปลดนักการเมืองฝ่ายค้านออกจากตำแหน่ง รวมถึงการเข้าแทรกแซงการบริหารงานในระดับรัฐและเทศบาล

เอกสารทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ AI-5
เอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติสถาบันฉบับที่ 5 ซึ่งนำไปสู่การจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างรุนแรงในบราซิล

ที่มาและสาเหตุของการประกาศใช้

AI-5 ถูกเขียนขึ้นโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ลูอิส อันโตนิโอ ดา กามา อี ซิลวา เพื่อตอบโต้กระแสการต่อต้านรัฐบาลทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีเหตุการณ์สำคัญที่เป็นตัวกระตุ้น ได้แก่:

  • การประท้วงของประชาชนกว่า 50,000 คนในริโอเดจาเนโร เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ เอดสัน ลูอิส เด ลิมา โซโต นักศึกษาที่ถูกสังหารโดยตำรวจทหารของรัฐ
  • การเดินขบวนของคนนับแสน (March of the One Hundred Thousand) เพื่อต่อต้านเผด็จการ
  • การที่สภาผู้แทนราษฎรปฏิเสธที่จะอนุญาตให้ดำเนินคดีกับ มาร์ซิโอ โมเรรา อัลเวส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรียกร้องให้ชาวบราซิลบอยคอตการฉลองวันประกาศอิสรภาพวันที่ 7 กันยายน

นอกจากนี้ AI-5 ยังเป็นเครื่องมือในการรวมอำนาจของกลุ่มสายแข็ง (hardline faction) ภายในรัฐบาลทหารที่ต้องการรักษาอำนาจไว้อย่างเบ็ดเสร็จและไม่ต้องการส่งคืนอำนาจให้แก่ฝ่ายพลเรือน

ผลกระทบและมาตรการรุนแรง

AI-5 ถูกขนานนามว่าเป็น "การรัฐประหารซ้อนการรัฐประหาร" (o golpe dentro do golpe) เนื่องจากเป็นกฎหมายที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญฉบับปี 1946 และ 1967 และไม่สามารถถูกตรวจสอบโดยกระบวนการทางศาลได้ โดยมีผลกระทบที่สำคัญดังนี้:

การทำลายระบบนิติบัญญัติ

ประธานาธิบดีได้รับอำนาจในการสั่งปิดสภาแห่งชาติ (National Congress) รวมถึงสภานิติบัญญัติระดับรัฐและสภาเทศบาล โดยประธานาธิบดีและผู้ว่าการรัฐสามารถใช้อำนาจทางนิติบัญญัติได้อย่างเต็มที่ผ่านการออกกฤษฎีกา ซึ่งมีผลบังคับใช้เสมือนกฎหมาย

การจำกัดสิทธิและเสรีภาพ

  • การเซ็นเซอร์: มีการนำระบบการเซ็นเซอร์สื่อมวลชน เพลง ภาพยนตร์ ละครเวที และโทรทัศน์มาใช้ก่อนการเผยแพร่
  • การห้ามชุมนุม: การประชุมทางการเมืองที่ไม่ได้รับอนุญาตจากตำรวจถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
  • การระงับ Habeas Corpus: การระงับสิทธิในการขอคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสำหรับ "อาชญากรรมที่มีแรงจูงใจทางการเมือง" ทำให้รัฐบาลสามารถกักขังบุคคลได้โดยไม่มีกำหนด และนำไปสู่การทรมานและการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม

การกวาดล้างทางการเมือง

ประธานาธิบดีมีอำนาจปลดข้าราชการ รวมถึงผู้พิพากษาและนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้ง หากถูกมองว่าเป็น "ผู้บ่อนทำลาย" (subversive) หรือไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ส่งผลให้สภานิติบัญญัติกลายเป็นเพียงองค์กรที่ทำหน้าที่รับรองมติของรัฐบาลทหารเท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังสามารถเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของบุคคลได้เป็นเวลาสูงสุด 10 ปี และมีการนำโทษประหารชีวิตกลับมาใช้ใหม่ในบางกรณี

การเปิดเผยความลับในภายหลัง

หลายทศวรรษต่อมา มีการเปิดเผยบันทึกเสียงการประชุมลับในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1968 ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับการนำ AI-5 มาใช้และการทำให้การทรมานเป็นเรื่องถูกกฎหมาย บันทึกเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง A Portas Fechadas (Behind Closed Doors) ในปี ค.ศ. 2023 เพื่อแสดงให้เห็นถึงแผนการลับของรัฐบาลเผด็จการในยุคนั้น

คำถามที่พบบ่อย

AI-5 คืออะไร?

AI-5 คือพระราชบัญญัติสถาบันฉบับที่ 5 ของบราซิล ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่ออกโดยรัฐบาลทหารในช่วงปี ค.ศ. 1968 เพื่อปราบปรามฝ่ายค้านและระงับสิทธิพลเมืองอย่างรุนแรง

ทำไม AI-5 ถึงถูกเรียกว่า 'การรัฐประหารซ้อนการรัฐประหาร'?

เพราะ AI-5 เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่ฝ่ายบริหาร โดยสามารถระงับรัฐธรรมนูญและปิดสภาได้ ซึ่งเป็นการยึดอำนาจการปกครองที่รุนแรงยิ่งกว่าการรัฐประหารครั้งแรกในปี 1964

ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดของ AI-5 คืออะไร?

การระงับสิทธิ Habeas Corpus ทำให้ผู้ถูกจับกุมในคดีการเมืองไม่สามารถขอให้ศาลตรวจสอบการกักขังได้ ซึ่งเปิดทางให้เกิดการทรมานและการสังหารบุคคลโดยรัฐอย่างเป็นระบบ