← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โจเซฟ โฮโรวิตซ์ นักประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและผู้บุกเบิกดนตรีคลาสสิกสมัยใหม่

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า 'post-classical music' เพื่ออธิบายการผสมผสานระหว่างดนตรีคลาสสิกและดนตรีร่วมสมัย
  • ร่วมก่อตั้ง PostClassical Ensemble (PCE) เพื่อนำเสนอผลงานดนตรีอเมริกันที่ถูกลืม
  • เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารของ Brooklyn Philharmonic และปฏิรูปรูปแบบการจัดคอนเสิร์ตให้มีความทันสมัย
  • ได้รับรางวัล ASCAP Deems Taylor/Virgil Thomson Award จากหนังสือ Dvorak's Prophecy (2022)

โจเซฟ โฮโรวิตซ์ (Joseph Horowitz เกิดปี ค.ศ. 1948 ที่นครนิวยอร์ก) เป็นนักประวัติศาสตร์วัฒนธรรมชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เชิงสถาบันของดนตรีคลาสสิกในสหรัฐอเมริกา นอกจากบทบาทนักเขียนและนักวิชาการแล้ว เขายังเป็นโปรดิวเซอร์คอนเสิร์ตที่ผลักดันการจัดโปรแกรมการแสดงเชิงธีมและรูปแบบคอนเสิร์ตสมัยใหม่ รวมถึงเป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุชุด "More than Music" ทางสถานี 1A ซึ่งเผยแพร่โดย NPR

แนวคิดทางประวัติศาสตร์และงานเขียน

โฮโรวิตซ์นำเสนอทัศนะในหนังสือของเขาว่า ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 คือจุดสูงสุดของดนตรีคลาสสิกในอเมริกา ก่อนที่จะเสื่อมถอยลงกลายเป็น "วัฒนธรรมแห่งการแสดง" (culture of performance) ซึ่งให้ความสำคัญกับวาทยกรและนักดนตรีที่มีชื่อเสียงในฐานะ "ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง" (performance specialists) แทนที่บทบาทของศิลปินที่เป็นทั้งผู้ประพันธ์และผู้แสดงในยุคก่อนหน้า

เขายังเป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า "ดนตรีหลังคลาสสิก" (post-classical music) เพื่ออธิบายภูมิทัศน์ทางดนตรีในศตวรรษที่ 21 ที่มีการหลอมรวมดนตรีคลาสสิกเข้ากับดนตรีป๊อปและดนตรีจากวัฒนธรรมนอกตะวันตก

ผลงานเขียนที่สำคัญ

  • Wagner Nights: An American History และ Classical Music in America: A History of Its Rise and Fall: โฮโรวิตซ์โต้แย้งว่าดนตรีคลาสสิกอเมริกันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของชนชั้นนำผู้มั่งคั่ง และเสนอว่ากลุ่มผู้ชื่นชอบวากเนอร์ในอเมริกาช่วงปี 1880-1890 มีลักษณะที่มุ่งเน้นการปรับปรุงสังคมและมีแนวคิด "โปรโต-เฟมินิสต์" (proto-feminist) โดยมีผู้หญิงเป็นสมาชิกส่วนใหญ่
  • Understanding Toscanini: วิเคราะห์การเกิด "ลัทธิทอสคานินี" (Toscanini cult) ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 โดยมองว่า อาร์ตูโร ทอสคานินี เป็นวาทยกรคนแรกที่ไม่ใช่ผู้ประพันธ์เพลงแต่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "นักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ซึ่งสะท้อนถึงการแยกขาดระหว่างผู้ควบคุมวงกับดนตรีในยุคสมัยของตน
  • Dvorak's Prophecy and the Vexed Fate of Black Classical Music (2022): หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัล ASCAP Deems Taylor/Virgil Thomson โดยนำเสนอแนวทางใหม่ในการมองประวัติศาสตร์ดนตรีคลาสสิกอเมริกัน โดยให้ความสำคัญกับผลงานของ ชาร์ลส์ ไอเวส, จอร์จ เกิร์ชวิน และดนตรีคลาสสิกของคนผิวดำ แทนที่คำบอกเล่าแบบเดิม

บทบาทในการบริหารและงานสร้างสรรค์

ในปี ค.ศ. 2002 โฮโรวิตซ์ร่วมก่อตั้ง PostClassical Ensemble (PCE) วงแชมเบอร์ออร์เคสตราในวอชิงตัน ดี.ซี. โดยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารและโปรดิวเซอร์บริหารจนถึงปี 2022 เขาได้ผลิตซีดี 9 ชุด และดีวีดี 4 ชุดให้กับค่าย Naxos ซึ่งนำเสนอผลงานดนตรีอเมริกันที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางศิลปะและผู้อำนวยการบริหารของ Brooklyn Philharmonic (ค.ศ. 1992–1997) เขาได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากด้วยการยกเลิกรูปแบบการแสดงแบบดั้งเดิม (Overture, Concerto, Symphony) และเปลี่ยนเป็นการจัดโปรแกรมแบบเทศกาลขนาดเล็ก ซึ่งทำให้วงได้รับรางวัล Morton Gould Award สำหรับการจัดโปรแกรมที่สร้างสรรค์ในปี 1996

ผลงานด้านดนตรีและการวิจารณ์

ในฐานะผู้ประพันธ์เพลง โฮโรวิตซ์ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน Hiawatha Melodrama สำหรับผู้บรรยายและวงออร์เคสตรา และ Mahlerei สำหรับเบสทรอมโบนและวงแชมเบอร์ นอกจากนี้เขายังเคยเป็นนักวิจารณ์ดนตรีให้กับหนังสือพิมพ์ The New York Times ระหว่างปี 1976 ถึง 1980 และเขียนบทความวิชาการให้กับ The New Grove Dictionary of Music and Musicians

ภาพถ่ายของโจเซฟ โฮโรวิตซ์
โจเซฟ โฮโรวิตซ์ นักประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและโปรดิวเซอร์ดนตรี

คำถามที่พบบ่อย

โจเซฟ โฮโรวิตซ์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในวงการดนตรีคลาสสิก?

เขาเป็นทั้งนักประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่วิเคราะห์การเสื่อมถอยของดนตรีคลาสสิกในอเมริกา และเป็นโปรดิวเซอร์ที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบการแสดงคอนเสิร์ตให้เข้ากับยุคสมัย รวมถึงการก่อตั้ง PostClassical Ensemble

คำว่า 'Post-classical music' ตามนิยามของโฮโรวิตซ์คืออะไร?

คือดนตรีในศตวรรษที่ 21 ที่มีการหลอมรวมกันระหว่างดนตรีคลาสสิก ดนตรีป๊อป และดนตรีจากวัฒนธรรมนอกตะวันตก

หนังสือ 'Dvorak's Prophecy' นำเสนอประเด็นใด?

นำเสนอประวัติศาสตร์ดนตรีคลาสสิกอเมริกันในมุมมองใหม่ โดยให้ความสำคัญกับดนตรีคลาสสิกของคนผิวดำ และผลงานของศิลปินอย่าง ชาร์ลส์ ไอเวส และ จอร์จ เกิร์ชวิน