← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Luigi Tarisio นักสะสมและผู้ค้าขายเครื่องสายระดับโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • Luigi Tarisio เป็นผู้ค้าและนักสะสมไวโอลินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียงในการค้นหาเครื่องดนตรีระดับมาสเตอร์พีซ
  • เขาเป็นเจ้าของไวโอลิน 'Messiah' ของ Stradivarius ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่สภาพสมบูรณ์ที่สุดในโลก
  • เขามีบทบาทสำคัญในการนำเครื่องดนตรีจาก Amati, Stradivari และ Guarneri จากอิตาลีไปยังศูนย์กลางดนตรีในยุโรปตอนเหนือ
  • หลังการเสียชีวิตของเขา มีการค้นพบไวโอลิน Stradivarius จำนวนมากในห้องใต้หลังคาที่มิลาน

Luigi Tarisio (1796–1854) เป็นผู้ค้าและนักสะสมไวโอลินชาวอิตาลีผู้มีชื่อเสียง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและรักษาเครื่องดนตรีระดับมาสเตอร์พีซจากยุคทองของช่างทำไวโอลินชาวอิตาลีให้คงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ชีวิตช่วงต้น

Tarisio เกิดในครอบครัวที่เรียบง่ายและมีรายงานว่าเขาได้รับการฝึกฝนเป็นช่างไม้ ซึ่งทำให้เขามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวัสดุและโครงสร้างของเครื่องดนตรี โดยเขามีความหลงใหลในการเล่นไวโอลินเป็นงานอดิเรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำเขาไปสู่เส้นทางของการเป็นนักสะสม

เส้นทางอาชีพและการค้นพบ

ด้วยความสามารถในการแยกแยะคุณภาพของเครื่องดนตรีและทักษะทางธุรกิจ Tarisio เริ่มรวบรวมไวโอลินคุณภาพสูงที่ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้งานในเมืองและหมู่บ้านต่างๆ ทางตอนเหนือของอิตาลี

ระหว่างปี 1827 ถึง 1846 เขาได้นำเข้าไวโอลินแท้จากช่างผู้ยิ่งใหญ่ เช่น Amati, Stradivari และ Guarneri จากอิตาลีไปยังลอนดอนและปารีส การเดินทางครั้งแรกไปยังปารีสในปี 1827 ประสบความสำเร็จอย่างมาก และทำให้เขาได้รับการสนับสนุนจากผู้ค้าเครื่องดนตรีในฝรั่งเศส

ไวโอลิน 'Messiah'

ในปี 1828 Tarisio ได้ครอบครองไวโอลิน Stradivari ปี 1716 ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบ ซึ่งเขาได้รับมาจาก Count Cozio of Salabue ไวโอลินตัวนี้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของเขา โดยเขามักจะพูดถึงมันทุกครั้งที่ไปปารีสแต่ไม่เคยนำติดตัวไปด้วย จนทำให้มันได้รับฉายาว่า 'Messiah' (พระเมสสิยาห์)

Messiah Stradivarius
ไวโอลิน Messiah Stradivarius หนึ่งในเครื่องดนตรีที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก

ความหลงใหลและการอนุรักษ์

Charles Reade นักเขียนนวนิยายผู้ที่เคยรู้จักกับ Tarisio ได้เขียนบรรยายถึงเขาว่า "...วิญญาณทั้งหมดของชายคนนี้อยู่ในไวโอลิน เขาเป็นผู้ค้าที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นนักสะสมที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะเขามีอัญมณีที่เงินไม่สามารถซื้อได้"

ในยุคนั้น ยุโรปตอนเหนือมีความต้องการเครื่องดนตรีคุณภาพสูง แต่ในอิตาลีตอนใต้กลับไม่มีใครเห็นคุณค่าของมัน Tarisio จึงใช้โอกาสนี้ในการกอบกู้เครื่องดนตรีล้ำค่าจำนวนมากจากการถูกทำลายหรือถูกทิ้งขว้าง และนำส่งไปยังปารีส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการซ่อมแซมเครื่องดนตรีที่ก้าวหน้าที่สุดในขณะนั้น

มรดกและสิ่งที่หลงเหลือ

หลังจากที่ Tarisio เสียชีวิตลง Jean Baptiste Vuillaume ผู้ค้าเครื่องดนตรีรายใหญ่ในปารีส ได้ค้นพบสมบัติล้ำค่าในบ้านของเขา โดยพบไวโอลินที่ยอดเยี่ยมที่สุด 6 ตัว รวมถึง 'Messiah' ที่ฟาร์มเล็กๆ ใกล้ Fontaneto d'Agogna และพบ Stradivaris อีก 24 ตัว พร้อมกับผลงานชิ้นเอกของอิตาลีอีก 120 ตัวในห้องใต้หลังคาที่มิลาน

ปัจจุบัน ชื่อของ Luigi Tarisio ยังคงถูกระลึกถึงผ่าน Tarisio ซึ่งเป็นสถาบันประมูลเครื่องดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 ในนิวยอร์กและลอนดอน

คำถามที่พบบ่อย

Luigi Tarisio คือใคร?

เขาเป็นผู้ค้าและนักสะสมไวโอลินชาวอิตาลีในศตวรรษที่ 19 ผู้มีชื่อเสียงในการรวบรวมเครื่องดนตรีล้ำค่าจากช่างทำไวโอลินชื่อดังอย่าง Stradivari และ Guarneri

ไวโอลิน 'Messiah' คืออะไร?

เป็นไวโอลิน Stradivari ปี 1716 ที่ Tarisio ครอบครองไว้และรักษาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ โดยเขาพูดถึงมันแต่ไม่เคยนำออกมาขายหรือให้ใครเห็นบ่อยนัก จนได้รับฉายาว่า 'Messiah'

มรดกของ Luigi Tarisio ทิ้งไว้ให้โลกดนตรีอย่างไร?

เขาช่วยรักษาเครื่องดนตรีโบราณล้ำค่าจำนวนมากจากการถูกทิ้งขว้างในอิตาลี และนำส่งไปยังปารีสเพื่อรับการบูรณะ ทำให้เครื่องดนตรีเหล่านี้ยังคงอยู่ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและชวนชม