เครื่องหมายแมครอน (Macron)
สรุปใจความสำคัญ
- ชื่อ 'แมครอน' มาจากภาษากรีกโบราณ แปลว่า 'ยาว'
- ใช้ระบุสระเสียงยาวในหลายภาษาและระบบการถอดอักษร
- ในระบบ IPA แมครอนใช้ระบุเสียงวรรณยุกต์ระดับกลาง ไม่ใช่สระเสียงยาว
- เครื่องหมายเบรฟ (Breve) เป็นเครื่องหมายที่ใช้ระบุสระเสียงสั้น ซึ่งตรงข้ามกับแมครอน
เครื่องหมายแมครอน (Macron) คือเครื่องหมายกำกับเสียง (Diacritical mark) ที่มีลักษณะเป็นเส้นตรงแนวนอน (¯) วางไว้เหนือตัวอักษร ซึ่งโดยปกติจะเป็นสระ ชื่อของเครื่องหมายนี้มาจากคำในภาษากรีกโบราณว่า μακρόν (makrón) ซึ่งแปลว่า "ยาว" เนื่องจากในระยะแรกถูกนำมาใช้เพื่อระบุพยางค์เสียงยาวหรือพยางค์หนักในระบบฉันทลักษณ์ของกรีกและโรมัน
ในปัจจุบัน เครื่องหมายแมครอนมักถูกใช้เพื่อระบุสระเสียงยาว อย่างไรก็ตาม ในระบบสัทอักษรสากล (International Phonetic Alphabet หรือ IPA) เครื่องหมายแมครอนจะถูกใช้เพื่อระบุเสียงวรรณยุกต์ระดับกลาง (Mid-tone) ส่วนการระบุสระเสียงยาวในระบบ IPA จะใช้เครื่องหมายทวิจุดสามเหลี่ยม (Triangular colon ⟨ː⟩) แทน
ความแตกต่างระหว่างแมครอนและเบรฟ
เครื่องหมายที่มีความหมายตรงกันข้ามกับแมครอนคือ เบรฟ (Breve) ⟨˘⟩ ซึ่งใช้สำหรับระบุพยางค์เสียงสั้นหรือพยางค์เบา และใช้ระบุสระเสียงสั้น
การใช้งานในด้านต่าง ๆ
การระบุพยางค์หนัก (Syllable Weight)
ในระบบฉันทลักษณ์ของกรีกและโรมัน รวมถึงการอธิบายฉันทลักษณ์ในวรรณกรรมอื่น ๆ เครื่องหมายแมครอนถูกนำมาใช้ในพจนานุกรมและสื่อการเรียนการสอนเพื่อระบุพยางค์เสียงยาว (พยางค์หนัก) แม้ว่าในสมัยโบราณของกรุงโรมและกรีซจะไม่ได้ใช้เครื่องหมายนี้จริง ๆ (ในภาษาละตินโบราณจะใช้เครื่องหมาย apex หากต้องการระบุความยาวของสระ) แต่ตำราเรียนสมัยใหม่ยังคงใช้แมครอนเพื่อช่วยในการออกเสียงให้ถูกต้องตามหลักฉันทลักษณ์
การระบุความยาวของสระ (Vowel Length)
เครื่องหมายแมครอนถูกนำมาใช้ในหลายภาษาและระบบการถอดอักษรเพื่อระบุสระเสียงยาว ดังนี้:
- ภาษาตระกูลสลาวิก: นักสลาวิกศึกษาใช้แมครอนเพื่อระบุสระเสียงยาวที่ไม่มีเสียงเน้น (Non-tonic long vowel) หรือเสียงพยัญชนะกึ่งสระ (Syllabic liquid) เช่นในภาษาไซลีเซียน, เซอร์โบ-โครเอเชีย, สโลวีเนีย และบัลแกเรีย
- การถอดอักษรภาษาอาหรับ: มักใช้แมครอนเพื่อระบุสระเสียงยาว เช่น อะลิฟ (alif) เมื่อออกเสียง /aː/, วาว (waw) เมื่อออกเสียง /uː/ หรือ /oː/, และ ยา (ya') เมื่อออกเสียง /iː/ หรือ /eː/
- การถอดอักษรภาษาสันสกฤตและบาลี: ใช้แมครอนเหนือตัวอักษร ā, ī, ū, ṝ และ ḹ เพื่อระบุสระเสียงยาว (ส่วนสระ e และ o ในภาษาสันสกฤตเป็นเสียงยาวโดยธรรมชาติจึงไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องหมาย)
- ภาษาละติน: พจนานุกรมและสื่อการสอนสมัยใหม่ใช้แมครอนแทนเครื่องหมาย apex โบราณ เพื่อระบุสระเสียงยาวทั้ง 6 ตัว (ā, ē, ī, ō, ū, ȳ)
- การถอดอักษรภาษากรีกโบราณ: ตัวอักษร η (eta) และ ω (omega) จะถูกถอดเป็น ē และ ō เพื่อแสดงถึงสระเสียงยาว ในขณะที่ ε (epsilon) และ ο (omicron) จะถอดเป็น e และ o ซึ่งเป็นสระเสียงสั้น
- ระบบการถอดอักษรเฮ็บเบิร์น (Hepburn) ของภาษาญี่ปุ่น: ใช้แมครอนเพื่อแยกความแตกต่างระหว่างสระเสียงสั้นและเสียงยาว เช่น tā (たあ) ซึ่งแตกต่างจาก ta (た)
- กลุ่มภาษาบอลติก: ในภาษาลัตเวีย ตัวอักษร ā, ē, ī, ū ถือเป็นตัวอักษรแยกต่างหากในพจนานุกรม ส่วนในภาษาลิทัวเนีย ตัวอักษร ū เป็นตัวอักษรแยกที่ระบุสระเสียงยาว
- ภาษาโพลีนีเซียน: ในภาษาฮาวาย เครื่องหมายนี้เรียกว่า kahakō ใช้เพื่อระบุความยาวของสระ ซึ่งสามารถเปลี่ยนความหมายของคำได้
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องหมายแมครอนคืออะไร?
คือเครื่องหมายกำกับเสียงลักษณะเป็นเส้นตรงแนวนอน (¯) วางไว้เหนือสระ เพื่อระบุว่าสระนั้นเป็นเสียงยาว
แมครอนแตกต่างจากเบรฟอย่างไร?
แมครอน (¯) ใช้ระบุเสียงยาวหรือพยางค์หนัก ส่วนเบรฟ (˘) ใช้ระบุเสียงสั้นหรือพยางค์เบา
ในระบบ IPA เครื่องหมายแมครอนใช้ทำอะไร?
ในระบบสัทอักษรสากล (IPA) แมครอนใช้เพื่อระบุเสียงวรรณยุกต์ระดับกลาง (Mid-tone) โดยการระบุสระเสียงยาวจะใช้เครื่องหมายทวิจุดสามเหลี่ยม (ː) แทน
ภาษาใดบ้างที่ใช้เครื่องหมายแมครอน?
ใช้ในหลายภาษาและระบบการถอดอักษร เช่น ภาษาละติน, ภาษาสันสกฤต, ภาษาญี่ปุ่น (ระบบเฮ็บเบิร์น), ภาษาฮาวาย และภาษาลัตเวีย เป็นต้น

