← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รถไฟพลังแม่เหล็ก (Maglev)

สรุปใจความสำคัญ

  • รถไฟ Maglev ใช้แรงยกตัวจากแม่เหล็กแทนการใช้ล้อเพื่อลดแรงเสียดทาน
  • แบ่งเป็น 2 ระบบหลักคือ EMS (แรงดึงดูด) และ EDS (แรงผลัก)
  • รถไฟ L0 Series ของญี่ปุ่นครองสถิติความเร็วสูงสุดที่ 603 กม./ชม.
  • Shanghai Maglev เป็นระบบที่ให้บริการผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงที่สุดในโลก

รถไฟพลังแม่เหล็ก หรือ Maglev (ย่อมาจาก Magnetic Levitation) คือระบบขนส่งทางรางรูปแบบหนึ่งที่ตัวรถไฟจะลอยตัวอยู่เหนือรางด้วยแรงแม่เหล็ก แทนที่จะใช้ล้อเหล็กกลิ้งบนรางเหล็กเหมือนรถไฟทั่วไป ระบบนี้ช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างตัวรถกับราง ทำให้สามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น มีอัตราเร่งและลดความเร็วที่เหนือกว่า รวมถึงลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและลดมลพิษทางเสียง

ภาพจำลองระบบรถไฟ Maglev
ระบบการทำงานของรถไฟ Maglev ที่ใช้แรงยกตัวจากแม่เหล็ก

หลักการทำงานและเทคโนโลยี

ระบบ Maglev แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามวิธีการสร้างแรงยกตัว:

  • ระบบระงับแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Suspension - EMS): ใช้แรงดึงดูดของแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อยกตัวรถขึ้นจากราง
  • ระบบระงับแม่เหล็กไฟฟ้าแบบไดนามิก (Electrodynamic Suspension - EDS): ใช้แรงผลักระหว่างแม่เหล็กเพื่อยกตัวรถให้ลอยขึ้น

สำหรับการขับเคลื่อน รถไฟ Maglev มักใช้ มอเตอร์เชิงเส้น (Linear Motor) ซึ่งเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแรงผลักในแนวราบ ทำให้รถไฟเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยพลังงานส่วนใหญ่ที่ใช้ในระบบความเร็วสูงจะถูกใช้ไปกับการเอาชนะแรงต้านของอากาศ (Drag) มากกว่าการใช้เพื่อยกตัวรถให้ลอย

รถไฟ Maglev ในเซี่ยงไฮ้
รถไฟ Maglev ในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบที่ใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดีข้อจำกัด
ความเร็วสูงสุดสูงกว่ารถไฟทั่วไปค่าก่อสร้างสูงมากอัตราเร่งและลดความเร็วดีเยี่ยมไม่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมได้บำรุงรักษาง่ายกว่า (ไม่มีการสัมผัส)ใช้พลังงานสูงเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงมากเสียงรบกวนน้อยลง

ประวัติและการพัฒนา

แนวคิดการใช้แม่เหล็กยกตัวรถไฟมีการจดสิทธิบัตรตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เช่น สิทธิบัตรของ Albert C. Albertson ในปี 1902 และการสาธิตแบบจำลองของ Émile Bachelet ในปี 1912 ที่นิวยอร์ก

ในช่วงปลายทศวรรษ 1940 Eric Laithwaite ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ได้พัฒนาแบบจำลองมอเตอร์เชิงเส้นขนาดเต็มตัวเครื่องแรก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนรถไฟ Maglev ในเวลาต่อมา

การใช้งานเชิงพาณิชย์

ระบบ Maglev เชิงพาณิชย์ครั้งแรกเปิดให้บริการในปี 1984 ใกล้กับเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ แต่ปิดตัวลงในปี 1995 เนื่องจากปัญหาด้านความเชื่อถือได้ของระบบ

ในปัจจุบัน มีระบบ Maglev ที่เปิดใช้งานจริงเพียงไม่กี่แห่ง โดยที่โดดเด่นที่สุดคือ Shanghai Maglev Train ในประเทศจีน ซึ่งใช้เทคโนโลยี Transrapid ของเยอรมนี และเคยทำสถิติความเร็วสูงสุดในการให้บริการผู้โดยสารที่ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สถิติความเร็ว

  • สถิติโลกความเร็วสูงสุด: รถไฟ L0 Series ของญี่ปุ่น ทำความเร็วได้ 603 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในปี 2015
  • สถิติความเร็วสูงสุดในการให้บริการ: รถไฟ Maglev ในเซี่ยงไฮ้ (จีน) ทำความเร็วได้ 431 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

รถไฟ Maglev ต่างจากรถไฟความเร็วสูงทั่วไปอย่างไร?

รถไฟ Maglev ไม่ใช้ล้อและรางเหล็ก แต่ใช้แรงแม่เหล็กในการยกตัวรถให้ลอยเหนือรางและขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทำให้ลดแรงเสียดทานและทำความเร็วได้สูงกว่ารถไฟความเร็วสูงแบบล้อเหล็ก

ทำไมรถไฟ Maglev ถึงมีค่าก่อสร้างสูง?

เนื่องจากต้องสร้างรางพิเศษ (Guideway) ที่ติดตั้งแม่เหล็กและระบบไฟฟ้าตลอดแนว ซึ่งไม่สามารถใช้รางรถไฟเดิมที่มีอยู่ได้

ระบบ Maglev มีกี่ประเภท?

มี 2 ประเภทหลัก คือ Electromagnetic Suspension (EMS) ที่ใช้แรงดึงดูด และ Electrodynamic Suspension (EDS) ที่ใช้แรงผลัก