← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ทางหลวงรัฐมิชิแกน M-3 (ถนนกราทิออต)

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นทางหลวงสายหลักที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองดีทรอยต์กับเทศมณฑลมาคอมบ์
  • มีประวัติยาวนานตั้งแต่การวางผังเมืองของ Judge Augustus Woodward ในปี 1805
  • เคยเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสหรัฐฯ หมายเลข 25 (US 25) ก่อนจะเปลี่ยนเป็น M-3 ในปี 1973
  • ใช้ระบบการเลี้ยวแบบ 'Michigan Lefts' ในช่วงที่ผ่านเขตชานเมืองในเทศมณฑลมาคอมบ์

ทางหลวงรัฐมิชิแกน M-3 หรือที่รู้จักกันเป็นส่วนใหญ่ในชื่อ ถนนกราทิออต (Gratiot Avenue) เป็นทางหลวงสายหลักในระดับรัฐ (State Trunkline Highway) ที่วิ่งในแนวเหนือ-ใต้ ครอบคลุมพื้นที่เขตมหานครดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยมีจุดเริ่มต้นจากใจกลางเมืองดีทรอยต์และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านย่านประวัติศาสตร์และชุมชนที่พักอาศัย เชื่อมต่อพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองดีทรอยต์เข้ากับเขตชานเมืองในเทศมณฑลมาคอมบ์ (Macomb County)

ป้ายเครื่องหมายทางหลวง M-3
ป้ายเครื่องหมายทางหลวงรัฐมิชิแกน M-3

ประวัติความเป็นมา

ถนนกราทิออตในดีทรอยต์เป็นหนึ่งในถนนสายหลักดั้งเดิมที่ได้รับการวางผังเมืองโดยผู้พิพากษาออกัสตัส วูดเวิร์ด (Judge Augustus Woodward) หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองดีทรอยต์เมื่อปี ค.ศ. 1805 ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1820 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ใช้ถนนสายนี้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงไปยังป้อมกราทิออต (Fort Gratiot) ในเมืองพอร์ตฮูรอน

เส้นทางนี้ถูกบรรจุเข้าสู่ระบบทางหลวงสายหลักของรัฐ (State Trunkline Highway System) ในปี ค.ศ. 1913 และเริ่มมีการติดตั้งป้ายหมายเลขทางหลวงในปี ค.ศ. 1919 ในเวลาต่อมา ถนนสายนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสหรัฐฯ หมายเลข 25 (US Highway 25) ก่อนที่ทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 94 (I-94) จะเข้ามาแทนที่ในเชิงหน้าที่ในช่วงทศวรรษ 1960 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1973 จึงได้มีการกำหนดรหัส M-3 ให้กับทางหลวงสายนี้ และในปี ค.ศ. 2001 ได้มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางช่วงตอนใต้บางส่วนให้กลายเป็น M-85

รายละเอียดเส้นทาง

ทางหลวง M-3 มีจุดเริ่มต้นทางตอนใต้ที่จุดตัดระหว่างถนนบรอดเวย์ (Broadway Street) และถนนแรนดอล์ฟ (Randolph Street) ในใจกลางเมืองดีทรอยต์ โดยวิ่งมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านสถานที่สำคัญ เช่น สนามฟอร์ดฟิลด์ (Ford Field) และข้ามทางหลวงระหว่างรัฐ I-375 (Chrysler Freeway) โดยไม่มีจุดเชื่อมต่อโดยตรง

ทัศนียภาพของถนนกราทิออต
ลักษณะทางกายภาพของถนนกราทิออตในช่วงที่ผ่านเขตเมือง

เส้นทางวิ่งผ่านย่านที่พักอาศัยและย่านธุรกิจ โดยมีจุดตัดสำคัญดังนี้:

  • M-53: จุดตัดทางตอนใต้ของ M-53 ที่ถนนแวนไดค์ (Van Dyke Avenue)
  • I-94: จุดตัดทางหลวงระหว่างรัฐ I-94 ใกล้กับสนามบินนานาชาติโคลแมน เอ. ยัง (Coleman A. Young International Airport)
  • M-97: จุดเริ่มต้นทางตอนใต้ของ M-97 ที่จุดตัดถนนกันสตัน (Gunston Avenue)
  • M-102: จุดตัดถนน 8 ไมล์ (8 Mile Road) ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างเมืองดีทรอยต์ (เทศมณฑลเวย์น) และเมืองอีสต์พอยต์ (เทศมณฑลมาคอมบ์)
บรรยากาศการจราจรบนทางหลวง M-3
การจราจรบนทางหลวง M-3 ในเขตชานเมือง

ช่วงเทศมณฑลมาคอมบ์

เมื่อเข้าสู่เทศมณฑลมาคอมบ์ M-3 จะมีลักษณะเป็นถนนแบบบูเลอวาร์ด (Boulevard) และใช้ระบบเลี้ยวซ้ายแบบมิชิแกน (Michigan Lefts) ในจุดตัดสำคัญ ผ่านย่านการค้าที่สำคัญ เช่น ศูนย์การค้าอีสต์เกต (Eastgate Shopping Center) ในเมืองโรสวิลล์ และมีจุดเชื่อมต่อบางส่วนกับ I-94 ใกล้กับถนน 13 ไมล์

เมื่อเข้าสู่เมืองเมานต์เคลเมนส์ (Mount Clemens) ถนนกราทิออตจะถูกแบ่งออกเป็นถนนเดินรถทางเดียว (One-way pairing) ทั้งฝั่งขาเหนือและขาใต้ โดยแยกห่างกัน 1-3 บล็อก ก่อนจะกลับมารวมเป็นถนน 4 เลนที่มีเลนเลี้ยวกลางในเขตเมืองคลินตัน (Clinton Township)

จุดสิ้นสุดของทางหลวง M-3 อยู่ที่จุดตัดถนน 23 ไมล์ (23 Mile Road) โดยเส้นทางจะเลี้ยวไปทางทิศตะวันออกตามถนน 23 ไมล์ เพื่อไปสิ้นสุดที่จุดตัดกับทางหลวงระหว่างรัฐ I-94 (ทางออกที่ 243) ซึ่งหลังจากจุดนี้ ถนน 23 ไมล์จะดำเนินต่อไปในชื่อทางหลวง M-29

การบริหารจัดการและปริมาณการจราจร

ทางหลวง M-3 อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงคมนาคมรัฐมิชิแกน (Michigan Department of Transportation หรือ MDOT) จากข้อมูลการสำรวจในปี ค.ศ. 2010 พบว่าปริมาณการจราจรสูงสุดอยู่ที่ช่วงใต้ของถนน 14 ไมล์ ในเมืองโรสวิลล์ โดยมีรถวิ่งเฉลี่ย 73,957 คันต่อวัน และปริมาณการจราจรต่ำสุดอยู่ที่ช่วงเหนือของจัตุรัสแคดิแลค (Cadillac Square) ในใจกลางเมืองดีทรอยต์ โดยมีรถวิ่งเฉลี่ย 4,609 คันต่อวัน

คำถามที่พบบ่อย

ทางหลวง M-3 มีชื่อเรียกทั่วไปว่าอะไร?

ทางหลวง M-3 เป็นที่รู้จักกันในชื่อ 'ถนนกราทิออต' (Gratiot Avenue) ตลอดเกือบทั้งเส้นทาง

ทางหลวง M-3 เริ่มต้นและสิ้นสุดที่ไหน?

เริ่มต้นที่จุดตัดถนนบรอดเวย์และถนนแรนดอล์ฟในใจกลางเมืองดีทรอยต์ และสิ้นสุดที่จุดตัดกับทางหลวงระหว่างรัฐ I-94 ที่ถนน 23 ไมล์

ทำไมช่วงหนึ่งของ M-3 ถึงถูกแบ่งเป็นถนนเดินรถทางเดียว?

เมื่อผ่านเข้าสู่เขตใจกลางเมืองเมานต์เคลเมนส์ (Mount Clemens) ถนนจะถูกแบ่งเป็นทางเดินรถทางเดียวแยกจากกันเพื่อจัดการการจราจรในเขตเมือง

ใครเป็นผู้ดูแลรักษาทางหลวงสายนี้?

กระทรวงคมนาคมรัฐมิชิแกน (MDOT) เป็นผู้รับผิดชอบในการบำรุงรักษาและติดตามปริมาณการจราจร

M-3 มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร?

เป็นหนึ่งในถนนสายหลักดั้งเดิมของดีทรอยต์ และเคยถูกใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงไปยังป้อมกราทิออตในช่วงทศวรรษ 1820