มะเร็งปากและคอหอย (Oropharyngeal Cancer) อาการ สาเหตุ และการรักษา
สรุปใจความสำคัญ
- มะเร็งปากและคอหอยสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ชนิดที่เกิดจากเชื้อ HPV และชนิดที่เกิดจากพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- การฉีดวัคซีน HPV สามารถป้องกันมะเร็งปากและคอหอยชนิด HPV-positive ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
- อาการเริ่มแรกที่สำคัญคือการเจ็บคอเรื้อรัง (นานกว่า 2 สัปดาห์) และการมีก้อนที่คอหรือในลำคอ
มะเร็งปากและคอหอย หรือที่รู้จักกันในชื่อ มะเร็งสความัสเซลล์ของปากและคอหอย (Oropharyngeal Squamous Cell Carcinoma) และมะเร็งทอนซิล เป็นโรคที่เกิดจากเซลล์ที่ผิดปกติซึ่งมีความสามารถในการเจริญเติบโตในบริเวณท้องถิ่นและแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยพบได้ในช่องปากและเนื้อเยื่อของลำคอส่วนที่เรียกว่า คอหอยส่วนปาก (Oropharynx) ซึ่งรวมถึงโคนลิ้น ทอนซิล เพดานอ่อน และผนังคอหอย

ประเภทของมะเร็งปากและคอหอย
มะเร็งปากและคอหอยสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามสาเหตุ:
- มะเร็งปากและคอหอยชนิด HPV-positive: เกิดจากการติดเชื้อไวรัสฮิวแมนปาปิลโลมา (Human Papillomavirus - HPV) ในช่องปาก
- มะเร็งปากและคอหอยชนิด HPV-negative: มีความเชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ หรือทั้งสองอย่าง
อาการและสัญญาณเตือน
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้เป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย:
- เจ็บคอเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์
- เจ็บคอหรือกลืนลำบาก
- น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เสียงเปลี่ยน (เช่น เสียงแหบ)
- ปวดหู
- มีก้อนเนื้อในลำคอหรือในปาก
- มีก้อนที่คอ
- ปวดตื้อๆ บริเวณหลังกระดูกหน้าอก (Sternum)
- ไอเรื้อรัง
- มีปัญหาในการหายใจ
ปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงหลัก
- การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex) หรือการจูบแบบเปิดปากกับผู้ที่มีการติดเชื้อ HPV ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็ง
- การสูบบุหรี่และการเคี้ยวหมากฝรั่งยาสูบ
- การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
ปัจจัยเสี่ยงรอง
- การรับประทานผักและผลไม้น้อย
- การเคี้ยวหมาก (Betel Quid) ซึ่งเป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การสูบกัญชา
- การสัมผัสแร่ใยหิน (Asbestos)
- การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมบางประการ เช่น การกลายพันธุ์ของ P53 และ CDKN2A (p16)
- ภาวะโภชนาการบกพร่อง
- กลุ่มอาการพลัมเมอร์-วินสัน (Plummer–Vinson syndrome)
รอยโรคก่อนมะเร็ง (Precancerous Lesions)
รอยโรคที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ แบ่งตามระดับความเสี่ยงดังนี้:
- ความเสี่ยงสูง: Erythroplakia, Speckled erythroplakia, Chronic hyperplastic candidiasis
- ความเสี่ยงปานกลาง: Oral submucosal fibrosis, Syphilitic glossitis, Sideropenic dysphagia
- ความเสี่ยงต่ำ: Oral lichen planus, Discoid lupus erythematosus, Discoid keratosis congenita
พยาธิสรีรวิทยาและการแพร่กระจาย
มะเร็งสามารถแพร่กระจายได้ 3 ทางหลัก:
- การรุกรานเนื้อเยื่อปกติที่อยู่รอบๆ
- การแพร่กระจายผ่านระบบน้ำเหลืองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- การแพร่กระจายผ่านหลอดเลือดดำและหลอดเลือดฝอยไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
การวินิจฉัยและการแบ่งระยะของโรค

การวินิจฉัยทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) จากบริเวณที่ผิดปกติในคอหอยส่วนปากเพื่อนำไปตรวจทางพยาธิวิทยา
ระยะของมะเร็ง (Stages)
| ระยะ | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะ 0 (Carcinoma in situ) | พบเซลล์ผิดปกติในชั้นเยื่อบุของคอหอยส่วนปาก แต่ยังไม่แพร่กระจาย |
| ระยะ 1 | ก้อนมะเร็งมีขนาด 20 มม. หรือเล็กกว่า และยังไม่แพร่กระจายออกนอกคอหอยส่วนปาก |
| ระยะ 2 | ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 20 มม. แต่ไม่เกิน 40 มม. และยังไม่แพร่กระจายออกนอกคอหอยส่วนปาก |
| ระยะ 3 | ก้อนมะเร็งใหญ่กว่า 40 มม. หรือแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองเพียงข้างเดียวในคอ (ขนาดไม่เกิน 30 มม.) |
| ระยะ 4A | แพร่กระจายไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง เช่น กล่องเสียง เพดานปาก ขากรรไกร หรือกล้ามเนื้อลิ้น หรือแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองขนาด 30-60 มม. |
| ระยะ 4B | ล้อมรอบหลอดเลือดแดงหลักในคอ หรือแพร่กระจายไปยังกระดูกขากรรไกร กะโหลกศีรษะ หรือส่วนบนของลำคอหลังจมูก |
| ระยะ 4C | มะเร็งแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (ระยะแพร่กระจาย) |
การป้องกันและการพยากรณ์โรค

สำหรับการป้องกันมะเร็งชนิด HPV-positive สามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีน HPV ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า 90% ในการป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ระบุในวัคซีน ส่วนการป้องกันมะเร็งชนิด HPV-negative ควรเน้นที่การลดความเสี่ยงจากการเคี้ยวหมาก การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่
โดยทั่วไป ผู้ป่วยมะเร็งปากและคอหอยชนิด HPV-positive มักจะมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงกว่าชนิด HPV-negative
คำถามที่พบบ่อย
มะเร็งปากและคอหอยแตกต่างจากมะเร็งช่องปากทั่วไปอย่างไร?
มะเร็งปากและคอหอยเน้นที่บริเวณคอหอยส่วนปาก (Oropharynx) ซึ่งรวมถึงโคนลิ้น ทอนซิล และเพดานอ่อน ในขณะที่มะเร็งช่องปากทั่วไปอาจครอบคลุมถึงริมฝีปาก ลิ้นส่วนหน้า และกระพุ้งแก้ม
เชื้อ HPV มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งปากและคอหอยได้อย่างไร?
เชื้อ HPV บางสายพันธุ์เป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic) ซึ่งสามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือการจูบ และเข้าไปเปลี่ยนแปลงเซลล์ในบริเวณคอหอยจนกลายเป็นมะเร็ง
การรักษามะเร็งปากและคอหอยทำได้อย่างไร?
การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค โดยทั่วไปจะประกอบด้วยการผ่าตัด การใช้เคมีบำบัด (Chemotherapy) และการฉายรังสี (Radiation Therapy) หรือใช้ร่วมกันหลายวิธี
