การล็อกเป้าหมายด้วยเรดาร์
สรุปใจความสำคัญ
- การล็อกเป้าหมายคือการที่เรดาร์ติดตามเป้าหมายที่เลือกโดยอัตโนมัติ
- เรดาร์ SCR-584 ของสหรัฐฯ เป็นระบบแรกๆ ที่นำการล็อกเป้าหมายมาใช้ในเชิงปฏิบัติการ
- ระบบเรดาร์สมัยใหม่ใช้การคำนวณทางคอมพิวเตอร์ในการติดตามเป้าหมาย ทำให้ตรวจจับการล็อกเป้าหมายได้ยากขึ้นกว่าระบบรุ่นเก่า
การล็อกเป้าหมาย (Lock-on) คือคุณสมบัติของระบบเรดาร์ที่ช่วยให้เครื่องส่งสัญญาณสามารถติดตามเป้าหมายที่เลือกไว้ได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องปรับทิศทางสายอากาศด้วยตนเองตลอดเวลา เพื่อให้ได้ข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำและต่อเนื่องสำหรับการนำทางอาวุธหรือการติดตามทางยุทธวิธี

ประวัติและการพัฒนา
ระบบล็อกเป้าหมายถูกออกแบบขึ้นครั้งแรกสำหรับเรดาร์ AI Mk. IX ในสหราชอาณาจักร โดยในขณะนั้นใช้คำว่า "lock-follow" หรือ "auto-follow" ต่อมาได้มีการนำมาใช้งานจริงในเชิงปฏิบัติการกับเรดาร์ SCR-584 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเรดาร์ภาคพื้นดินที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการติดตามเป้าหมายทางอากาศเกือบทุกชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เครื่องบินไปจนถึงกระสุนปืนใหญ่
วิวัฒนาการในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คำว่า "ล็อกเป้าหมาย" ถูกนำมาใช้แพร่หลายมากขึ้นในบริบทของการนำทางขีปนาวุธ โดยเฉพาะระบบ Semi-active radar homing (SARH) ซึ่งขีปนาวุธจะตรวจจับสัญญาณสะท้อนจากเรดาร์ของฐานยิงที่ส่งไปยังเป้าหมาย เพื่อให้สัญญาณมีความต่อเนื่อง เรดาร์ของฐานยิงจะต้องทำการล็อกเป้าหมายและติดตามเป้าหมายนั้นตลอดระยะเวลาที่ขีปนาวุธเดินทางไปหาเป้าหมาย ในระบบของเรือรบหรือขีปนาวุธพื้นสู่พื้น มักจะมีเรดาร์ส่องสว่าง (Illuminator radar) แยกต่างหากเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ
กลไกการทำงานและประเภท
ระบบล็อกเป้าหมายแบบดั้งเดิม
ในระบบเรดาร์รุ่นเก่า (จนถึงช่วงทศวรรษ 1980) การล็อกเป้าหมายมักจะทำได้โดยการเปลี่ยนลักษณะของสัญญาณเรดาร์ เช่น การเพิ่มความถี่ในการส่งสัญญาณชีพ (Pulse Repetition Frequency - PRF) การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เป้าหมายสามารถตรวจพบได้ผ่าน เครื่องรับสัญญาณเตือนภัยเรดาร์ (Radar Warning Receiver - RWR) ซึ่งจะแจ้งเตือนผู้ปฏิบัติงานว่ากำลังถูกล็อกเป้าหมายและมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตี
ระบบติดตามสมัยใหม่
ระบบเรดาร์สมัยใหม่ไม่ได้ใช้การล็อกเป้าหมายในรูปแบบดั้งเดิม แต่ใช้การจัดเก็บสัญญาณเรดาร์ไว้ในหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ และใช้โปรแกรมคำนวณ (Algorithms) เปรียบเทียบสัญญาณจากการสแกนแต่ละครั้งเพื่อระบุว่าสัญญาณใดเป็นของเป้าหมายใด วิธีนี้ทำให้ระบบสามารถติดตามเป้าหมายได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนลักษณะสัญญาณ ส่งผลให้เป้าหมายไม่สามารถตรวจพบการถูกล็อกเป้าหมายผ่านเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยเรดาร์แบบเดิมได้
การตรวจจับโดยเป้าหมาย
เป้าหมายที่ถูกล็อกอาจรับรู้ได้ว่าตนเองกำลังถูกติดตามผ่านการแผ่รังสีแม่เหล็กไฟฟ้าของระบบติดตาม โดยเฉพาะจากเรดาร์ส่องสว่าง (Illuminator) ซึ่งสถานะนี้ถือเป็นภัยคุกคามระดับสูง เนื่องจากเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าขีปนาวุธอาจถูกยิงออกมาในเวลาอันใกล้
คำถามที่พบบ่อย
การล็อกเป้าหมายด้วยเรดาร์คืออะไร?
คือคุณสมบัติของเรดาร์ที่สามารถติดตามเป้าหมายที่เลือกไว้ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ข้อมูลตำแหน่งที่แม่นยำสำหรับการโจมตีหรือการติดตาม
เป้าหมายจะรู้ได้อย่างไรว่าถูกล็อกเป้าหมาย?
ในระบบรุ่นเก่า เป้าหมายสามารถรู้ได้จากเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยเรดาร์ (RWR) ที่ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของความถี่สัญญาณชีพ (PRF) ส่วนระบบสมัยใหม่จะตรวจจับได้ยากกว่าเนื่องจากไม่มีการเปลี่ยนลักษณะสัญญาณ
เรดาร์ส่องสว่าง (Illuminator) มีหน้าที่อะไร?
ทำหน้าที่ส่งลำแสงเรดาร์ที่แคบและเข้มข้นไปยังเป้าหมาย เพื่อให้ขีปนาวุธที่ใช้ระบบนำทางแบบ Semi-active radar homing สามารถตรวจจับสัญญาณสะท้อนและพุ่งเข้าหาเป้าหมายได้

