ซามูเอล โลริง มอริสัน กรณีการจารกรรมข้อมูลเพื่อเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเจ้าหน้าที่รัฐสหรัฐฯ เพียงคนเดียวที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานจารกรรมข้อมูลโดยการส่งข้อมูลลับให้สื่อมวลชน
- ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีในปี 1985 จากการส่งภาพถ่ายดาวเทียมลับของอู่ต่อเรือโซเวียตให้แก่ Jane's Defence Weekly
- ได้รับอภัยโทษจากประธานาธิบดีบิล คลินตัน ในวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2001
- ถูกดำเนินคดีอีกครั้งในปี 2014 ข้อหาลักทรัพย์สินของรัฐบาล (เอกสารประวัติของปู่ตนเอง) จากหอจดหมายเหตุทางเรือ
ซามูเอล โลริง มอริสัน (Samuel Loring Morison; 30 ตุลาคม 1944 – 14 มกราคม 2018) เป็นอดีตเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข่าวกรองของสหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐเพียงคนเดียวที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานจารกรรมข้อมูลโดยการส่งข้อมูลลับของรัฐบาลให้แก่สื่อมวลชน เขาถูกตัดสินจำคุกในข้อหาจารกรรมและการลักทรัพย์สินของรัฐบาลในปี 1985 ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยโทษในปี 2001
ประวัติช่วงต้นและการศึกษา
มอริสันเกิดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในขณะที่บิดาของเขาประจำการอยู่ที่นั่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเป็นหลานชายของพลเรือตรี ซามูเอล เอเลียต มอริสัน นักประวัติศาสตร์ทางเรือผู้มีชื่อเสียงและศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในช่วงวัยเยาว์ มอริสันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในรัฐนิวยอร์กและรัฐเมน เขาสำเร็จการศึกษาจาก Tabor Academy ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ (University of Louisville) ในปี 1967
เส้นทางการทำงานและการรั่วไหลของข้อมูล
ระหว่างปี 1974 ถึง 1984 มอริสันทำงานเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองที่ศูนย์สนับสนุนข่าวกรองทหารเรือ (Naval Intelligence Support Center - NISC) ในเมืองซูตแลนด์ รัฐแมริแลนด์ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านเรือยกพลขึ้นบกและเรือวางทุ่นระเบิดของสหภาพโซเวียต นอกจากงานประจำแล้ว เขายังทำงานเป็นบรรณาธิการและผู้เขียนร่วมในส่วนของสหรัฐอเมริกาให้กับ Jane's Fighting Ships ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์อ้างอิงด้านกองทัพเรือระดับโลกที่จัดพิมพ์ในลอนดอน
ความขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาทำให้มอริสันพยายามหางานเต็มเวลาที่ Jane's ในลอนดอน ในช่วงเวลานี้เขาเริ่มส่งข้อมูลที่เกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต โดยในเดือนกรกฎาคม 1984 มอริสันซึ่งดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์ระดับ GS-12 และมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลับสุดยอด (Top Secret) ได้นำภาพถ่ายดาวเทียมลับ 3 ภาพที่นำมาจากโต๊ะทำงานของเพื่อนร่วมงานที่ NISC ส่งไปยัง Jane's โดยเขาได้ตัดเครื่องหมายระบุชั้นความลับออกจากภาพก่อนส่งทางไปรษณีย์
ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียม KH-11 ซึ่งแสดงรายละเอียดของอู่ต่อเรือ Nikolaiev 444 ในทะเลดำ ซึ่งขณะนั้นกำลังต่อเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Kiev ชื่อ Admiral Gorshkov (เดิมชื่อ Kharkov และต่อมาชื่อ Baku) นอกจากนี้ อัยการรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่ามอริสันยังได้ส่งสำเนารายงานลับเกี่ยวกับความเสียหายของฐานทัพเรือโซเวียตในเมืองเซเวโรมอร์สค์ (Severomorsk) ที่เกิดจากเหตุระเบิดในปี 1984 ให้กับทาง Jane's ด้วย
การดำเนินคดีและการอภัยโทษ
การสืบสวนร่วมกันระหว่างหน่วยสืบสวนทางเรือ (Naval Investigative Service) และ FBI นำไปสู่การจับกุมมอริสันในวันที่ 1 ตุลาคม 1984 จากการตรวจค้นที่พักในเมืองครอฟตัน รัฐแมริแลนด์ พบเอกสารของรัฐบาลหลายร้อยฉบับ ซึ่งบางส่วนเป็นเอกสารลับ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนไม่พบหลักฐานว่าเขามีเจตนาส่งข้อมูลให้หน่วยข่าวกรองของประเทศศัตรู
มอริสันให้การว่าเขาทำไปเพื่อให้สาธารณชนตระหนักถึงขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของโซเวียต โดยเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าหากชาวอเมริกันทราบเรื่อง จะนำไปสู่การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ในขณะที่อัยการเน้นย้ำว่าแรงจูงใจของเขามาจากผลประโยชน์ทางการเงินและความไม่พอใจในหน้าที่การงาน
วันที่ 17 ตุลาคม 1985 ศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่ามอริสันมีความผิดในข้อหาจารกรรม 2 กระทง และลักทรัพย์สินของรัฐบาล 2 กระทง โดยถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ในวันที่ 4 ธันวาคม 1985
กรณีของมอริสันส่งผลให้รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เข้มงวดกับการรั่วไหลของข้อมูลมากขึ้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลลับ โดยให้พิจารณากิจกรรมภายนอกที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ด้วย
ในปี 1998 วุฒิสมาชิกแดเนียล แพทริก มอยนิแฮน ได้ร้องขอให้มีการอุทธรณ์คดี โดยชี้ให้เห็นถึงความไม่สม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายจารกรรมเมื่อเทียบกับคดีอื่นในอดีต จนกระทั่งในวันที่ 20 มกราคม 2001 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีบิล คลินตัน ได้ลงนามอภัยโทษให้แก่มอริสัน แม้ว่าจะได้รับการคัดค้านจาก CIA ก็ตาม
กิจกรรมหลังการได้รับอภัยโทษ
ในเดือนมิถุนายน 2014 มอริสันถูกจับกุมอีกครั้งในข้อหาลักทรัพย์สินของรัฐบาล โดยเขาได้ขโมยเอกสารจากหอจดหมายเหตุทางเรือ (Naval History and Heritage Command) ในวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับพลเรือตรี ซามูเอล เอเลียต มอริสัน ผู้เป็นปู่ของเขา เขาให้การรับสารภาพและถูกตัดสินให้คุมประพฤติเป็นเวลา 2 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องช่วยส่งคืนเอกสารทั้งหมดที่ถูกเก็บไว้ที่บ้านของเขา
ซามูเอล โลริง มอริสัน เสียชีวิตในปี 2018
คำถามที่พบบ่อย
ซามูเอล โลริง มอริสัน ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาอะไร?
เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาจารกรรม (Espionage) 2 กระทง และลักทรัพย์สินของรัฐบาล (Theft of government property) 2 กระทง ในปี 1985
แรงจูงใจในการส่งข้อมูลลับของมอริสันคืออะไร?
มอริสันอ้างว่าเขาต้องการให้สาธารณชนรับทราบถึงความก้าวหน้าทางทหารของสหภาพโซเวียต เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ในขณะที่ฝ่ายอัยการเชื่อว่าเขากระทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินและความไม่พอใจในงาน
กรณีของมอริสันส่งผลกระทบต่อระเบียบการรักษาความลับของสหรัฐฯ อย่างไร?
นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลลับ (Security Clearances) โดยให้มีการตรวจสอบกิจกรรมภายนอกที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
