← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ซานเตียโกเดลเอสเตโร เมืองแม่แห่งนครทั้งหลายในอาร์เจนตินา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในอาร์เจนตินา ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1553
  • ได้รับฉายาว่า 'Madre de Ciudades' หรือเมืองแม่แห่งนครทั้งหลาย
  • เป็นจุดใต้สุดของพื้นที่ที่ยังมีการพูดภาษาเกชัว (Quechua) ในอาร์เจนตินา
  • ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดุลเซ ในจังหวัดซานเตียโกเดลเอสเตโร ทางตอนเหนือของประเทศ

ซานเตียโกเดลเอสเตโร (Santiago del Estero) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดซานเตียโกเดลเอสเตโร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอาร์เจนตินา มีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดที่ก่อตั้งโดยชาวสเปนในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศอาร์เจนตินา ด้วยเหตุนี้ เมืองนี้จึงได้รับฉายาว่า "Madre de Ciudades" หรือ "เมืองแม่แห่งนครทั้งหลาย" และได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็น "เมืองแม่แห่งนครทั้งหลายและแหล่งกำเนิดของคติชนวิทยา" (Cradle of Folklore)

แผนที่แสดงตำแหน่งของเมืองซานเตียโกเดลเอสเตโรในประเทศอาร์เจนตินา
ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองซานเตียโกเดลเอสเตโรในประเทศอาร์เจนตินา

ภูมิศาสตร์และประชากร

เมืองซานเตียโกเดลเอสเตโรตั้งอยู่ริมแม่น้ำดุลเซ (Dulce River) และอยู่บนเส้นทางหลวงสายหลักหมายเลข 9 โดยอยู่ห่างจากกรุงบัวโนสไอเรสไปทางทิศเหนือ-ตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 1,042 กิโลเมตร จากข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2010 (INDEC) เมืองนี้มีประชากรประมาณ 252,192 คน และมีพื้นที่ครอบคลุม 2,116 ตารางกิโลเมตร จัดเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 12 ของประเทศ

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งเขตร้อน (Subtropical) โดยมีลักษณะเด่นคือฤดูหนาวที่แห้งและเย็น ส่วนฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 600 มิลลิเมตร

ประวัติศาสตร์และการก่อตั้ง

ซานเตียโกเดลเอสเตโรถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1553 โดยฟรานซิสโก เด อากีเร (Francisco de Aguirre) แม้ว่านักประวัติศาสตร์บางส่วนจะระบุว่าการก่อตั้งที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1550 ก็ตาม เมืองนี้เริ่มต้นจากการเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการสำรวจดินแดนจากประเทศชิลี

ในอดีต เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองซานมิเกลเดตูกูมัน (Intendency of San Miguel de Tucumán) ในสมัยอาณานิคมของสเปน (Viceroyalty of the Río de la Plata) และเคยเป็นที่ตั้งของบิชอปแห่งแรกก่อนที่จะย้ายไปยังเมืองซัลตาและเมืองคอร์โดบาในเวลาต่อมา

การพัฒนาทางเศรษฐกิจและทรัพยากร

ในช่วงศตวรรษที่ 19 พื้นที่รอบเมืองซึ่งเดิมเป็นป่าแห้ง ได้รับความสนใจจากอุตสาหกรรมไม้ โดยเฉพาะไม้เคบราโช (Quebracho) ซึ่งดึงดูดเงินทุนจากบริเตนใหญ่ นำไปสู่การตัดไม้ทำลายป่าในวงกว้าง และมีการสร้างทางรถไฟสาย Central Argentine Railway เข้ามาถึงเมืองในปี ค.ศ. 1884 เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งทรัพยากร

วัฒนธรรมและภาษา

ซานเตียโกเดลเอสเตโรมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรม โดยเป็นแหล่งรวมของผู้พูดภาษาเกชัว (Quechua) สายท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวนประมาณ 100,000 คน ทำให้เมืองนี้เป็นจุดใต้สุดของพื้นที่ที่ใช้ภาษาของอาณาจักรอินคาในปัจจุบัน และเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาษาพื้นเมืองที่ยังคงหลงเหลือและใช้งานอยู่ในอาร์เจนตินา

สถานที่สำคัญและสถาบันการศึกษา

แม้ว่าสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมส่วนใหญ่จะสูญหายไป แต่ยังคงมีโบสถ์หลายแห่งที่รักษาโครงสร้างเดิมไว้ สถานที่ที่น่าสนใจในเมือง ได้แก่:

  • อาสนวิหารซานเตียโกเดลเอสเตโร (Cathedral): ศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญ
  • คอนแวนต์ซานโตโดมิงโก (Santo Domingo Convent): สถานที่ทางประวัติศาสตร์และศาสนา
  • พิพิธภัณฑ์โบราณคดีประจำจังหวัด (Provincial Archeology Museum): แหล่งรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของภูมิภาค

ในด้านการศึกษา เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแห่งชาติซานเตียโกเดลเอสเตโร (National University of Santiago del Estero) ก่อตั้งปี ค.ศ. 1973 และมหาวิทยาลัยคาทอลิก (Universidad Católica) ก่อตั้งปี ค.ศ. 1960

การคมนาคม

การเดินทางเข้าสู่เมืองทำได้สะดวกผ่านทางสนามบินซานเตียโกเดลเอสเตโร ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือ 6 กิโลเมตร โดยมีเที่ยวบินประจำไปยังกรุงบัวโนสไอเรสและเมืองซานมิเกลเดตูกูมัน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมซานเตียโกเดลเอสเตโรถึงถูกเรียกว่า 'เมืองแม่แห่งนครทั้งหลาย'?

เพราะเป็นเมืองแรกที่ก่อตั้งโดยชาวสเปนในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศอาร์เจนตินา และเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายตัวเพื่อก่อตั้งเมืองอื่นๆ ในเวลาต่อมา

ภาษาพื้นเมืองที่สำคัญในเมืองนี้คือภาษาอะไร?

ภาษาเกชัว (Quechua) ซึ่งเป็นภาษาของอาณาจักรอินคา และเป็นหนึ่งในภาษาพื้นเมืองที่ยังคงมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

สภาพอากาศของซานเตียโกเดลเอสเตโรเป็นอย่างไร?

มีสภาพภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน โดยมีฤดูหนาวที่แห้งและเย็น และฤดูร้อนที่ร้อนชื้นพร้อมฝนตกชุก

สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมีอะไรบ้าง?

สถานที่สำคัญ ได้แก่ อาสนวิหารซานเตียโกเดลเอสเตโร, คอนแวนต์ซานโตโดมิงโก และพิพิธภัณฑ์โบราณคดีประจำจังหวัด