พืชไม่มีเมล็ดและสิ่งมีชีวิตกลุ่มคริปโตแกม
สรุปใจความสำคัญ
- คริปโตแกมคือสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์ด้วยสปอร์แทนการใช้เมล็ดหรือดอก
- ในอดีต คาร์ล ลินเนียส จัดกลุ่มคริปโตแกมรวมถึงสาหร่าย มอส เฟิร์น และเห็ดรา
- ปัจจุบันกลุ่มคริปโตแกมไม่ใช่กลุ่มทางอนุกรมวิธานที่สอดคล้องกัน (Polyphyletic) เนื่องจากเห็ดราและแบคทีเรียถูกแยกออกเป็นอาณาจักรอื่น
- คำว่า Cryptogamae มาจากภาษากรีก แปลว่า การสืบพันธุ์ที่ซ่อนเร้น
คริปโตแกม (อังกฤษ: Cryptogam; ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Cryptogamae) หมายถึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายพืช ซึ่งมีลักษณะร่วมกันคือเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ (ในบางกลุ่ม) และไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ โดยมีลักษณะเด่นที่สุดคือการสืบพันธุ์ผ่านทาง สปอร์ (spores) แทนที่จะใช้ดอกหรือเมล็ดในการขยายพันธุ์
ในความหมายกว้าง คริปโตแกมครอบคลุมถึงสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่ม เช่น สาหร่าย เห็ดรา และแบคทีเรียบางชนิด (เช่น ไซยาโนแบคทีเรีย) แม้ว่าในปัจจุบันสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะถูกจัดอยู่ในอาณาจักรทางชีววิทยาที่แตกต่างกันก็ตาม

อนุกรมวิธานและประวัติการจำแนก
คำว่า Cryptogamae มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกโบราณ คือ kruptós (κρυπτός) แปลว่า "ซ่อนเร้น" และ gaméō (γαμέω) แปลว่า "การแต่งงาน" หรือ "การสืบพันธุ์" ซึ่งรวมกันแล้วหมายถึง "การสืบพันธุ์ที่ถูกซ่อนไว้" เนื่องจากพืชกลุ่มนี้ไม่มีดอกและเมล็ดที่มองเห็นได้ชัดเจน
ในอดีตมีการใช้คำอื่นเรียกกลุ่มนี้ เช่น "ทัลโลไฟต์" (thallophytes), "พืชชั้นต่ำ" (lower plants) หรือ "พืชสปอร์" (spore plants) โดยกลุ่มคริปโตแกมจะถูกจัดคู่กับกลุ่ม ฟาเนโรแกม (Phanerogamae หรือ Spermatophyta) ซึ่งเป็นกลุ่มพืชมีเมล็ด
คาร์ล ลินเนียส (Carl Linnaeus) นักพฤกษศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลในศตวรรษที่ 18 ได้แบ่งอาณาจักรพืชออกเป็น 24 ชั้น โดยหนึ่งในนั้นคือชั้น Cryptogamia ซึ่งรวมพืชทุกชนิดที่มีอวัยวะสืบพันธุ์แบบซ่อนเร้น ลินเนียสแบ่งกลุ่มนี้ออกเป็น 4 อันดับ ได้แก่ สาหร่าย (Algae), มอส (Musci/Bryophytes), เฟิร์น (Filices/Ferns) และเห็ดรา (Fungi) นอกจากนี้ยังรวมถึงราเมือก (Slime molds) และไซยาโนไฟตา (Cyanophyta) ด้วย

มุมมองทางวิทยาศาสตร์ร่วมสมัย
ในระบบอนุกรมวิธานสมัยใหม่ กลุ่มคริปโตแกมไม่ถือเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ทางสายวิวัฒนาการเดียวกัน (polyphyletic) เนื่องจากความก้าวหน้าทางพันธุศาสตร์ทำให้พบว่าสิ่งมีชีวิตที่เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก:
- เห็ดรา (Fungi): ถูกแยกออกเป็นอาณาจักรของตนเอง และมีความใกล้ชิดทางวิวัฒนาการกับสัตว์มากกว่าพืช
- ไซยาโนแบคทีเรีย (Blue-green algae): ถูกจัดเป็นแบคทีเรีย (Prokaryotes) ไม่ใช่พืช
- พืชไม่มีเมล็ด: เช่น มอสและเฟิร์น ยังคงถูกจัดอยู่ในอาณาจักรพืช (Plantae)
อย่างไรก็ตาม ชื่อของสิ่งมีชีวิตในกลุ่มคริปโตแกมทั้งหมด ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ International Code of Nomenclature for algae, fungi, and plants เพื่อความเป็นระเบียบในการเรียกชื่อทางวิทยาศาสตร์


เกร็ดทางวัฒนธรรม
มีเรื่องเล่าที่แพร่หลายแต่ไม่เป็นความจริง (apocryphal) ว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลอังกฤษได้จ้าง เจฟฟรีย์ แทนดี้ (Geoffrey Tandy) นักชีววิทยาทางทะเลผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตแกม เข้าทำงานที่ Bletchley Park (ศูนย์ถอดรหัสลับ) เพราะเจ้าหน้าที่สับสนระหว่างคำว่า Cryptogam (สิ่งมีชีวิตสืบพันธุ์ด้วยสปอร์) กับ Cryptogram (รหัสลับ) อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นเพียงตำนาน แม้ว่าแทนดี้จะทำงานที่ Bletchley Park จริง แต่เขาไม่ได้ถูกจ้างด้วยความผิดพลาดดังกล่าว เนื่องจากในสมัยนั้นวิชาการถอดรหัส (Cryptography) ยังเป็นเรื่องใหม่ และการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากสาขาวิชาอื่นที่มีทักษะการวิเคราะห์สูงจึงเป็นเรื่องปกติ
คำถามที่พบบ่อย
คริปโตแกมแตกต่างจากพืชมีเมล็ดอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือวิธีการสืบพันธุ์ โดยคริปโตแกมจะใช้สปอร์ในการขยายพันธุ์ ในขณะที่พืชมีเมล็ด (Phanerogams) จะใช้เมล็ดที่พัฒนามาจากดอกหรือโคน
เห็ดราถือเป็นคริปโตแกมหรือไม่?
ในความหมายกว้างและตามประวัติศาสตร์ถือว่าเป็นคริปโตแกม แต่ในทางชีววิทยาสมัยใหม่ เห็ดราถูกจัดอยู่ในอาณาจักร Fungi ซึ่งแยกจากอาณาจักรพืชอย่างชัดเจน
พืชกลุ่มใดบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่มคริปโตแกม?
กลุ่มหลักๆ ได้แก่ สาหร่าย (Algae), มอสและลิเวอร์เวิร์ต (Bryophytes), และเฟิร์น (Pteridophytes)
