← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบสวัสดิการสังคมในภูมิภาคแอฟริกาสับซาฮารา

สรุปใจความสำคัญ

  • ผู้สูงอายุในแอฟริกาสับซาฮารามีเพียง 16.9% ที่ได้รับเงินบำนาญ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมาก
  • ระบบบำนาญในภูมิภาคนี้มีการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่รัฐจ่ายให้ (PAYG) ไปสู่ระบบเงินสมทบรายบุคคล (DC) เพื่อความยั่งยืนทางการคลัง
  • โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนครอบคลุมเด็กประมาณ 60 ล้านคนในแอฟริกา โดยรัฐบาลในทวีปเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณหลักถึง 80%
  • ประเทศอย่างแอฟริกาใต้และนามิเบียใช้ระบบบำนาญแบบไม่สมทบเงินเพื่อเป็นพื้นฐานในการลดความยากจนในระดับกว้าง

ระบบการคุ้มครองทางสังคมในภูมิภาคแอฟริกาสับซาฮารามีความหลากหลายและอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาที่แตกต่างกัน แม้ว่าในอดีตระบบเหล่านี้จะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคและการพยายามแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างสวัสดิการสังคมเพื่อสร้างความครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น

ระบบประกันสังคมและบำนาญ

ประเทศต่างๆ ในแอฟริกาสับซาฮารากำลังอยู่ในขั้นตอนการสร้างระบบประกันสังคมที่ครอบคลุม โดยส่วนใหญ่มีการนำระบบบำนาญมาใช้เป็นกลไกหลักในการสร้างความมั่นคงทางรายได้หลังเกษียณ

โครงสร้างการจัดหาเงินทุน

รายได้หลังเกษียณส่วนใหญ่ในแอฟริกาสับซาฮาราได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านภาษีหรือรายได้อื่นๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นระบบที่เรียกว่า Pay-As-You-Go (PAYG) โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการและพนักงานภาครัฐ ซึ่งมีกองทุนบำนาญที่มั่นคงและได้รับสวัสดิการที่สูงกว่าภาคเอกชน

ในด้านรูปแบบของกองทุนบำนาญ มีการแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่:

  • ระบบผลประโยชน์ที่กำหนดไว้ (Defined Benefit - DB): พบได้บ่อยในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสในแอฟริกาตะวันตก
  • ระบบเงินสมทบที่กำหนดไว้ (Defined Contribution - DC): หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งแพร่หลายในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาสับซาฮารา

ความท้าทายในการครอบคลุมประชากร

อัตราการเข้าถึงสวัสดิการบำนาญในแอฟริกาสับซาฮาลาต่ำกว่าภูมิภาคอื่นของโลกอย่างมาก ข้อมูลจากรายงานการคุ้มครองทางสังคมโลกปี 2014/15 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่ามีผู้สูงอายุเพียง 16.9% เท่านั้นที่ได้รับเงินบำนาญ ซึ่งต่ำกว่าในแอฟริกาเหนือ (36.7%) และต่ำกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือและยุโรป (90%)

ปัจจัยที่ทำให้การครอบคลุมต่ำ ได้แก่:

  • โครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วนคนหนุ่มสาวสูง
  • ภาคการจ้างงานนอกระบบที่มีขนาดใหญ่
  • การย้ายถิ่นฐานของแรงงานซึ่งทำให้การโอนย้ายสิทธิบำนาญทำได้ยาก
  • การพึ่งพางบประมาณภาครัฐเป็นหลัก

แนวโน้มการปฏิรูปและรูปแบบใหม่

หลายประเทศได้ปรับเปลี่ยนระบบตามแบบจำลองหลายเสาหลัก (Multi-pillar model) ของธนาคารโลก เพื่อลดภาระทางการคลังของรัฐบาลและเพิ่มความยั่งยืน โดยมีแนวโน้มสำคัญสองประการคือ:

  1. การสร้างตาข่ายรองรับทางสังคม (Social Safety Net): การนำระบบบำนาญแบบไม่สมทบเงิน (Non-contributory pension) มาใช้สำหรับผู้ที่ไม่มีรายได้อื่น เพื่อบรรเทาความยากจน เช่นในประเทศแอฟริกาใต้ นามิเบีย มอริเชียส และเลโซโท
  2. การเปลี่ยนจากระบบ PAYG เป็นระบบกองทุน (Funded Solutions): การเปลี่ยนจากระบบ DB ไปสู่ DC เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ประเทศไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศแรกในทวีปที่ทดลองใช้ระบบบัญชีเงินออมรายบุคคลตามแบบจำลองของประเทศชิลี และมีการศึกษาแนวทางจากเม็กซิโกเพื่อนำมาปรับใช้ในการปฏิรูป

โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน

โครงการอาหารในโรงเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและสุขภาพของเด็กในแอฟริกา โดยมีการนำมาใช้ในหลายรูปแบบ เช่น อาหารปรุงสุก ขนม หรืออาหารสำหรับนำกลับบ้าน

สถิติและการเข้าถึง

ข้อมูลในปี 2017/18 ระบุว่ามีเด็กประมาณ 60 ล้านคนในแอฟริกาได้รับอาหารผ่านโครงการเหล่านี้ คิดเป็น 21% ของเด็กในวัยเรียน (และ 30% ของเด็กประถม) โดยประเทศที่มีโครงการขนาดใหญ่ที่สุด ได้แก่ อียิปต์ ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้

นอกจากนี้ มี 8 ประเทศที่สามารถให้ความช่วยเหลือเด็กวัยเรียนได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรเด็ก ได้แก่ นามิเบีย บูร์กินาฟาโซ เซาตูเมและปรินซีเป เลโซโท บอตสวานา ซิมบับเว แอฟริกาใต้ และเอสวาตินี

งบประมาณและการสนับสนุน

งบประมาณสำหรับโครงการอาหารกลางวันในแอฟริกามีมูลค่ารวมอย่างน้อย 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแหล่งเงินทุนมีความแตกต่างกันตามระดับรายได้ของประเทศ:

  • ประเทศรายได้ต่ำ: มักพึ่งพาเงินทุนจากภายนอก เช่น โครงการอาหารโลก (World Food Programme - WFP)
  • ภาพรวมทวีป: ประมาณ 80% ของงบประมาณรวมมาจากรัฐบาลของประเทศในแอฟริกาเอง

ปัจจุบันมีแนวโน้มการส่งเสริม Home-grown school feeding หรือการจัดซื้อวัตถุดิบอาหารจากเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนและสร้างความมั่นคงทางอาหารควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพของนักเรียน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมอัตราการเข้าถึงบำนาญในแอฟริกาสับซาฮาราจึงต่ำ?

เนื่องจากมีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมาก มีภาคการจ้างงานนอกระบบขนาดใหญ่ และการพึ่งพางบประมาณรัฐบาลที่จำกัด รวมถึงปัญหาการโอนย้ายสิทธิบำนาญเมื่อมีการย้ายถิ่นฐาน

ความแตกต่างระหว่างระบบบำนาญ DB และ DC ในแอฟริกาคืออะไร?

ระบบ DB (Defined Benefit) คือระบบที่กำหนดผลประโยชน์ไว้แน่นอน มักพบในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ส่วนระบบ DC (Defined Contribution) คือระบบที่เน้นเงินสมทบ ซึ่งแพร่หลายในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในแอฟริกาสับซาฮารา

โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนในแอฟริกามีแหล่งเงินทุนมาจากไหน?

งบประมาณส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) มาจากรัฐบาลของประเทศในแอฟริกาเอง ส่วนประเทศที่มีรายได้น้อยจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากองค์กรภายนอก เช่น โครงการอาหารโลก (WFP)