ภาษาที่ไม่มีอยู่จริง ทำความรู้จักกับ Spurious Languages
สรุปใจความสำคัญ
- Spurious languages คือภาษาที่เคยถูกรายงานว่ามีอยู่จริง แต่ภายหลังพบว่าไม่มีอยู่จริงหรือขาดหลักฐานสนับสนุน
- สาเหตุของการเกิดภาษาที่ไม่มีอยู่จริงอาจเกิดจากความผิดพลาดในการบันทึก, การตั้งชื่อตามสถานที่, หรือแม้แต่การจงใจหลอกลวง
- ISO 639-3 และ Ethnologue ทำการยกเลิกโค้ดภาษาที่ถูกพิสูจน์ว่าไม่มีอยู่จริงเพื่อรักษาความถูกต้องของข้อมูลทางภาษาศาสตร์
ในโลกของภาษาศาสตร์ มีคำว่า Spurious Languages หรือภาษาที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งหมายถึงภาษาที่เคยถูกรายงานว่ามีอยู่จริงในผลงานทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ แต่ในเวลาต่อมา การวิจัยเพิ่มเติมได้พิสูจน์ว่าภาษานั้นไม่มีอยู่จริง หรือมีหลักฐานสนับสนุนการมีอยู่ของมันน้อยมากจนถูกตัดออกจากการศึกษาในภายหลัง
สาเหตุที่เกิดภาษาที่ไม่มีอยู่จริง
การเกิดภาษาที่ไม่มีอยู่จริงมักเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้:
- ความผิดพลาดโดยสุจริต: เช่น กรณีของภาษา Hongote ซึ่งถูกระบุว่าเป็นภาษาในแถบปาตาโกเนีย แต่จริงๆ แล้วเป็นรายการคำศัพท์ของภาษา Tlingit และภาษาในตระกูล Salishan ที่ถูกระบุชื่อผิด
- การตั้งชื่อตามสถานที่หรือกลุ่มชาติพันธุ์: บ่อยครั้งที่ภาษาถูกตั้งชื่อตามชื่อเมืองหรือชื่อกลุ่มคน ซึ่งในความเป็นจริงอาจเป็นเพียงความหลากหลายของภาษาที่รู้จักกันอยู่แล้ว
- การเข้าใจผิดเกี่ยวกับชื่อการสำรวจ: ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภาษาศาสตร์สูง เช่น นิวกินี บางครั้งชื่อที่ปรากฏในรายงานการสำรวจ (เช่น Mapi, Kia, Upper Digul) กลับถูกเข้าใจผิดว่าเป็นชื่อภาษา ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นชื่อแม่น้ำที่ใช้เรียกชื่อการสำรวจในพื้นที่นั้น
- การหลอกลวง (Hoaxes): มีบางกรณีที่ภาษาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง เช่น ภาษา Kukurá ในบราซิล หรือภาษา Taensa ในลุยเซียนา
ภาษาที่น่าสงสัย (Dubious Languages)
ภาษาที่น่าสงสัยคือภาษาที่สถานะการมีอยู่ยังไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเพราะขาดหลักฐาน หรือไม่มีชุมชนผู้ใช้ภาษาที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น:
- Oropom (ยูกันดา)
- Nemadi (มอริเตเนีย)
- Rer Bare (เอธิโอเปีย) - ซึ่งอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้วหากเคยมีอยู่จริง
- Ladakhi Sign Language - ซึ่งไม่มีชุมชนผู้ใช้ภาษาที่ชัดเจน
การจัดการของ Ethnologue และ ISO 639-3
เพื่อให้ข้อมูลทางภาษาศาสตร์มีความแม่นยำ Ethnologue และมาตรฐาน ISO 639-3 ได้ทำการยกเลิก (Retire) รหัสภาษาที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ หรือถูกพิสูจน์ว่าไม่มีอยู่จริง
ตัวอย่างภาษาที่ถูกถอดถอน
| ปีที่ถอดถอน | ชื่อภาษา | สาเหตุ/รายละเอียด |
|---|---|---|
| 1992 | Tijuana Sign Language | ไม่มีหลักฐานว่าเคยมีอยู่จริง ถูกเพิ่มเข้าไปด้วยความเข้าใจผิด |
| 1992 | Tyeliri Senoufo | Tyeliri เป็นชื่อกลุ่มช่างหนัง ไม่ใช่ภาษาแยกต่างหาก |
| 1992 | Zanofil | เป็นชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษา Yongkom |
| 2000 | Scandinavian Pidgin Sign Language | เป็นเพียงการติดต่อสื่อสารระหว่างภาษา ไม่ใช่ภาษาพิดจินที่มั่นคง |
| 2007 | Miarrã | ไม่มีหลักฐานยืนยัน (Unattested) |
| 2008 | Europanto | เป็นเพียงเรื่องตลก (Jest) |
| 2008 | Ware | ไม่พบหลักฐานการใช้งานในแทนซาเนีย จึงถูกยกเลิกโค้ด |
การตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักภาษาศาสตร์สามารถระบุจำนวนภาษาในโลกได้อย่างถูกต้อง และลดความสับสนในการศึกษาประวัติศาสตร์และตระกูลภาษา
คำถามที่พบบ่อย
Spurious Languages ต่างจากภาษาที่สูญพันธุ์แล้วอย่างไร?
ภาษาที่สูญพันธุ์แล้วคือภาษาที่เคยมีอยู่จริงและมีหลักฐานการใช้งาน แต่ไม่มีผู้พูดเหลืออยู่เลย ในขณะที่ Spurious Languages คือภาษาที่ถูกเข้าใจผิดว่ามีอยู่จริงตั้งแต่แรก หรือไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเคยมีอยู่จริง
ทำไมถึงมีภาษาที่ถูกระบุว่าไม่มีอยู่จริงในงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ?
เพราะในอดีตการสำรวจภาษาในพื้นที่ห่างไกลทำได้ยาก และบางครั้งข้อมูลที่ได้รับมาอาจมีความคลาดเคลื่อน เช่น การนำชื่อสถานที่หรือชื่อการสำรวจมาใช้เป็นชื่อภาษาโดยไม่ตั้งใจ
ISO 639-3 คืออะไรและเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร?
ISO 639-3 คือมาตรฐานสากลสำหรับการกำหนดรหัสภาษา โดยเมื่อพบว่าภาษาใดไม่มีอยู่จริง จะมีการยกเลิก (Retire) รหัสของภาษานั้นเพื่อไม่ให้ถูกนำมาใช้ซ้ำและป้องกันความสับสนในข้อมูล