สำนักงานอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำรัฐของสหรัฐอเมริกา
สรุปใจความสำคัญ
- จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 101 ของพระราชบัญญัติการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (NHPA) ปี 1966
- มีหน้าที่หลักในการเสนอชื่อสถานที่เพื่อบรรจุในทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places)
- มีทั้งหมด 59 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 50 รัฐและดินแดนในปกครองของสหรัฐอเมริกา
- มีหน่วยงาน THPO ที่ดูแลพื้นที่ของชนเผ่าพื้นเมืองโดยเฉพาะ
สำนักงานอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำรัฐ (State Historic Preservation Office หรือ SHPO) คือหน่วยงานระดับรัฐหรือดินแดนในสหรัฐอเมริกาที่มีหน้าที่ดูแลการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ โดยมีรากฐานทางกฎหมายมาจากมาตรา 101 ของพระราชบัญญัติการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Historic Preservation Act หรือ NHPA) ปี ค.ศ. 1966
บทบาทและหน้าที่หลัก
ตามที่ระบุในกฎหมาย NHPA สำนักงาน SHPO มีวัตถุประสงค์หลักในการสำรวจและระบุทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงการตรวจสอบการเสนอชื่อสถานที่เพื่อบรรจุเข้าใน ทะเบียนสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Register of Historic Places) นอกจากนี้ SHPO ยังมีหน้าที่ประเมินผลกระทบของโครงการพัฒนาต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อโบราณสถาน และให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และภาคเอกชนในการอนุรักษ์
ภารกิจตามกฎหมาย
- การสำรวจและจัดทำบัญชี: ดำเนินการสำรวจทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ทั่วทั้งรัฐและจัดทำบัญชีรายชื่ออย่างเป็นระบบ
- การเสนอชื่อสถานที่: ระบุและเสนอชื่อสถานที่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ
- การวางแผนเชิงกลยุทธ์: จัดทำและดำเนินการตามแผนการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ระดับรัฐที่ครอบคลุม
- การบริหารจัดการทุน: บริหารจัดการโครงการความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางสำหรับการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ภายในรัฐ
- การให้คำปรึกษา: ให้คำแนะนำและช่วยเหลือหน่วยงานรัฐบาลกลาง รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการอนุรักษ์
- การประสานงาน: ร่วมมือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สภาที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ (Advisory Council on Historic Preservation) และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการวางแผนพัฒนาในทุกระดับคำนึงถึงการรักษาโบราณสถาน
- การศึกษาและฝึกอบรม: ให้ข้อมูลแก่สาธารณะ จัดการศึกษา และฝึกอบรมทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์
ประวัติความเป็นมา
พระราชบัญญัติการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (NHPA) เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. 1966 โดยในระยะแรกมีการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ประสานงานระดับรัฐ (State Liaison Officers) เพื่อจัดการเงินทุนสนับสนุนการอนุรักษ์จากกรมอุทยานแห่งชาติ (National Park Service - NPS) ต่อมาเจ้าหน้าที่เหล่านี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำรัฐ (State Historic Preservation Officers) ซึ่งมีบทบาทและอำนาจเพิ่มมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 เนื่องจากมีการจัดระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
ในปี ค.ศ. 1980 มีการแก้ไขกฎหมาย NHPA ซึ่งทำให้หน้าที่และบทบาทของ SHPO ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานจนถึงปัจจุบัน
โครงสร้างและการดำเนินงานในระดับรัฐ
เนื่องจากแต่ละรัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดตั้ง SHPO เอง กฎระเบียบและวิธีการดำเนินงานจึงอาจแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละพื้นที่ ตัวอย่างเช่น:
- รัฐนิวแฮมป์เชียร์: ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์อาคารทางการเกษตร เช่น โรงนา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรมและความขยันหมั่นเพียรของรัฐ
- รัฐฟลอริดา: มุ่งเน้นการอนุรักษ์อาคารสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ในย่านเซาท์บีช ซึ่งมีความสำคัญทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของรัฐ
ปัจจุบันมี SHPO ทั้งหมด 59 แห่ง ครอบคลุม 50 รัฐ รวมถึงเขตดิสทริกต์ออฟโคลัมเบีย เปอร์โตริโก อเมริกันซามัว หมู่เกาะเวอร์จิน กวม เครือรัฐนอร์เทิร์นมาเรียนา สาธารณรัฐปาเลา สาธารณรัฐมาร์แชลล์ และสหพันธรัฐไมโครนีเซีย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำเผ่า (THPO)
ในพื้นที่ของชนเผ่าพื้นเมือง จะมี เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำเผ่า (Tribal Historic Preservation Officers หรือ THPO) ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบภารกิจบางส่วนหรือทั้งหมดของ SHPO ภายในเขตที่ดินของชนเผ่า
สมาคมเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำรัฐแห่งชาติ (NCSHPO)
NCSHPO เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการติดต่อสื่อสารและตัวแทนระดับชาติของ SHPO ทุกแห่ง เพื่อประสานงานและนำเสนอผลประโยชน์ของหน่วยงานอนุรักษ์ระดับรัฐในวอชิงตัน ดี.ซี.
คำถามที่พบบ่อย
SHPO คืออะไร?
SHPO ย่อมาจาก State Historic Preservation Office คือสำนักงานอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ประจำรัฐในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่ดูแลและสำรวจโบราณสถานและทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ภายในรัฐนั้นๆ ตามกฎหมาย NHPA
กฎหมายฉบับใดที่ให้อำนาจ SHPO?
พระราชบัญญัติการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ (National Historic Preservation Act หรือ NHPA) ปี ค.ศ. 1966 เป็นกฎหมายหลักที่ให้อำนาจและหน้าที่แก่ SHPO
ความแตกต่างระหว่าง SHPO และ THPO คืออะไร?
SHPO ดูแลพื้นที่ในระดับรัฐ ส่วน THPO (Tribal Historic Preservation Officer) จะทำหน้าที่ดูแลและอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ภายในเขตที่ดินของชนเผ่าพื้นเมือง
ทำไมแต่ละรัฐถึงมีกฎระเบียบของ SHPO ที่แตกต่างกัน?
เนื่องจากแต่ละรัฐมีอำนาจในการจัดตั้งและบริหารจัดการสำนักงาน SHPO ของตนเอง ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนเกณฑ์การอนุรักษ์ให้เหมาะสมกับมรดกทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของแต่ละรัฐได้
