Sugar Babies ละครเพลงรำลึกยุคเบอร์เลสก์
สรุปใจความสำคัญ
- เปิดแสดงบนบรอดเวย์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1979 และแสดงต่อเนื่องยาวนานเกือบ 3 ปี รวม 1,208 รอบ
- เป็นการเปิดตัวบนบรอดเวย์ครั้งแรกของนักแสดงชื่อดัง Mickey Rooney
- สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงศิลปะการแสดงเบอร์เลสก์ (Burlesque) และวอเดวิลล์ (Vaudeville) ในยุค 1920
- รวบรวมบทตลกและมุกตลกจากประวัติศาสตร์การแสดงเบอร์เลสก์กว่า 5,000 บท
Sugar Babies เป็นละครเพลงแนวเรวู (Musical Revue) ที่สร้างสรรค์โดย Ralph G. Allen และ Harry Rigby โดยใช้บทเพลงของ Jimmy McHugh, Dorothy Fields, Al Dubin และนักแต่งเพลงท่านอื่น ๆ การแสดงชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นการรำลึกถึงยุคทองของเบอร์เลสก์ (Burlesque) ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงตลกและระบำที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา โดยชื่อของโชว์นำมาจากหนึ่งในการแสดงในเครือ Mutual Burlesque ในช่วงทศวรรษ 1920

ประวัติการผลิตและการแสดง
Sugar Babies เปิดตัวครั้งแรกบนบรอดเวย์ ณ โรงละคร Mark Hellinger เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1979 และปิดม่านลงในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1982 โดยมีการแสดงรวมทั้งสิ้น 1,208 รอบ การผลิตครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากและมีการนำไปจัดแสดงในรูปแบบทัวร์ในเวลาต่อมา
ทีมงานเบื้องหลังที่สำคัญประกอบด้วย Ernest Flatt ผู้ดูแลการจัดวางท่าทางและออกแบบท่าเต้น, Rudy Tronto ผู้กำกับฉากตลก, Glen Roven ผู้อำนวยการดนตรี, Raoul Pene Du Bois ผู้ออกแบบฉากและเครื่องแต่งกาย, Gilbert Vaughn Hemsley Jr. ผู้ออกแบบแสง และ Dick Hyman ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน

นักแสดงนำ
การแสดงชุดนี้ถือเป็นการเปิดตัวบนบรอดเวย์ครั้งแรกของ Mickey Rooney โดยแสดงร่วมกับ Ann Miller นอกจากนี้ยังมีนักแสดงสมทบอย่าง Ann Jillian, Peter Leeds และ Jerry Orbach เมื่อนักแสดงชุดแรกออกจากการแสดง ได้มีนักแสดงท่านอื่นเข้ามาแทนที่ เช่น Juliet Prowse, Anita Morris, Joey Bishop, Eddie Bracken, Jeff Dunham และ Rip Taylor
สำหรับการทัวร์ระดับประเทศ (National Tour) ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ค.ศ. 1980 นำแสดงโดย Carol Channing และ Robert Morse ส่วนการทัวร์ในปี ค.ศ. 1982 นำแสดงโดย Eddie Bracken และ Jaye P. Morgan (ซึ่งต่อมาถูกแทนที่โดย Mimi Hines) และการทัวร์ครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1984-1985 เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ Mickey Rooney และ Ann Miller
แนวคิดและการสร้างสรรค์
จุดเริ่มต้นของ Sugar Babies เกิดจากความสนใจในประวัติศาสตร์การแสดงของ Ralph G. Allen ศาสตราจารย์ด้านการละครและนักประวัติศาสตร์ผู้หลงใหลในเบอร์เลสก์ เขาได้รวบรวมบทตลก (Comedy Sketches) กว่า 5,000 บทจากการสัมภาษณ์นักแสดงตลกอาวุโสทั่วประเทศ และได้นำเสนอเนื้อหาบางส่วนในชื่อ "At My Mother's Knee (and Other Low Joints)" ในการบรรยายที่ห้องสมุดสาธารณะนิวยอร์กเพื่อศิลปะการแสดง (New York Public Library for the Performing Arts) ในปี ค.ศ. 1977 ซึ่งทำให้เขาได้พบกับ Harry Rigby โปรดิวเซอร์ผู้สนใจนำเนื้อหาดังกล่าวมาสร้างเป็นละครเพลง
นอกจากนี้ Norman Abbott หลานชายของ Bud Abbott (นักแสดงตลกชื่อดัง) ยังมีส่วนร่วมในแนวคิดเริ่มต้น โดยเขาได้รับมรดกเป็นวัสดุอุปกรณ์และมุกตลกของลุง และมีความตั้งใจจะสร้างละครเพลงที่รวมองค์ประกอบของเบอร์เลสก์เข้าด้วยกัน โดยมองว่า Mickey Rooney เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถนำการแสดงนี้ให้ประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงการซ้อมได้เกิดความขัดแย้งระหว่าง Rooney และ Abbott ในด้านการกำกับ จนนำไปสู่การปลด Abbott ออกจากตำแหน่งผู้กำกับ
รูปแบบการแสดงและบทเพลง
โครงสร้างของ Sugar Babies ประกอบด้วยมุกตลกแบบ "Blackout gags" และฉากตลกสั้น ๆ สลับกับเพลงและการเต้น รวมถึงการแสดงความสามารถพิเศษแบบวอเดวิลล์ (Vaudeville) โดยมีการนำเสนอ "ขนบ" ของเบอร์เลสก์ เช่น การเต้นสวิง, การแสดงคู่พี่น้อง, ระบำพัด (Fan dance) และการแสดงสุนัข
บทเพลงในเรื่องประกอบด้วยเพลงมาตรฐานชื่อดัง เช่น "Don't Blame Me" และ "I Feel a Song Comin' On" รวมถึงเพลงที่แต่งขึ้นใหม่สำหรับโชว์นี้โดยเฉพาะ เช่น "The Sugar Baby Bounce" การแสดงมักจะจบลงด้วยเพลงรักชาติที่นักแสดงทุกคนสวมชุดสีแดง ขาว และน้ำเงิน โดยมี Ann Miller แต่งกายเป็นเทพีเสรีภาพ
การตอบรับ
นิตยสาร Time ได้วิจารณ์ว่าการแสดงนี้เป็น "การส่งท้ายยุคเบอร์เลสก์ที่เปี่ยมไปด้วยความสุข" และชื่นชมพลังของการแสดง โดยเฉพาะ Mickey Rooney ที่สามารถแสดงได้หลากหลายบทบาท ทั้งการเต้น ร้องเพลง และการแต่งกายเป็นผู้หญิง (Drag)
คำถามที่พบบ่อย
Sugar Babies เป็นละครเพลงเกี่ยวกับอะไร?
เป็นละครเพลงแนวเรวู (Revue) ที่เป็นการรวบรวมมุกตลก การเต้น และบทเพลง เพื่อรำลึกถึงยุคทองของการแสดงเบอร์เลสก์ (Burlesque) ในสหรัฐอเมริกาช่วงทศวรรษ 1920
ใครคือนักแสดงนำในเวอร์ชันบรอดเวย์ปี 1979?
นักแสดงนำคือ Mickey Rooney และ Ann Miller
จุดเด่นของการแสดง Sugar Babies คืออะไร?
การนำเสนอมุกตลกแบบ Blackout gags, ระบำพัด (Fan dance), และการแสดงความสามารถพิเศษแบบวอเดวิลล์ ผสมผสานกับเพลงมาตรฐานในยุคนั้น

