← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี 1779 ในชื่อศาลอุทธรณ์สูงสุด (Supreme Court of Appeals) ทำให้เป็นหนึ่งในสถาบันตุลาการที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
  • มีวิวัฒนาการจากการแต่งตั้งโดยกษัตริย์อังกฤษในยุคอาณานิคม สู่การเลือกตั้งโดยประชาชน และกลับมาเป็นการเลือกตั้งโดยสมัชชาแห่งรัฐ
  • ปัจจุบันประกอบด้วยผู้พิพากษา 7 ท่าน นำโดยประธานศาลฎีกา (Chief Justice)
  • ทำหน้าที่เป็นศาลสูงสุดของรัฐเวอร์จิเนีย โดยพิจารณาคดีอุทธรณ์ทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง

ศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย (Supreme Court of Virginia) คือศาลสูงสุดในเครือรัฐเวอร์จิเนีย (Commonwealth of Virginia) มีหน้าที่หลักในการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์โดยตรงในคดีแพ่งจากศาลวงจร (Circuit Courts) ของเมืองและเคาน์ตี้ รวมถึงพิจารณาคดีอาญา คดีครอบครัว และคดีปกครองที่ผ่านการอุทธรณ์จากศาลอุทธรณ์แห่งรัฐเวอร์จิเนีย (Court of Appeals of Virginia) มาก่อน

ตราสัญลักษณ์ของศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย
ตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย

ประวัติความเป็นมา

รากฐานจากยุคอาณานิคม

ระบบกฎหมายของศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียมีรากฐานมาจากระบบกฎหมายอังกฤษในศตวรรษที่ 17 ซึ่งถูกนำมาใช้ในเวอร์จิเนียภายใต้กฎบัตรปี 1606 (Charter of 1606) ในปี 1623 สภาเบอร์เจสแห่งเวอร์จิเนีย (Virginia House of Burgesses) ได้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คน โดยจะประชุมทุกไตรมาสเพื่อพิจารณาคำร้องอุทธรณ์จากศาลชั้นต้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ศาลไตรมาส" (Quarter Court)

ต่อมาในปี 1661 ศาลไตรมาสได้เปลี่ยนเป็นศาลทั่วไป (General Court) ซึ่งมีอำนาจทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา และทำหน้าที่เป็นศาลสุดท้ายสำหรับชาวอาณานิคมในเวอร์จิเนีย เว้นแต่ในกรณีที่สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อกษัตริย์แห่งอังกฤษได้ โดยผู้พิพากษาในสมัยนั้นจะได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์ตามสถานะทางสังคมและทรัพย์สิน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการฝึกอบรมทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

การก่อตั้งในยุคเครือรัฐ

อาคารศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนีย
อาคารที่ทำการของศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียในเมืองริชมอนด์

หลังสิ้นสุดสงครามปฏิวัติ ระบบศาลได้รับการปรับโครงสร้างใหม่ โดยพระราชบัญญัติของสมัชชาแห่งรัฐ (General Assembly) ในปี 1779 ได้จัดตั้งศาลระดับสูง 4 แห่ง ซึ่งรวมถึง ศาลอุทธรณ์สูงสุด (Supreme Court of Appeals) ซึ่งต่อมาคือศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียในปัจจุบัน ศาลนี้เริ่มประชุมครั้งแรกที่เมืองวิลเลียมส์เบิร์กเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1779 ก่อนจะย้ายไปยังเมืองริชมอนด์

สมาชิกยุคแรกของศาลประกอบด้วยนักกฎหมายและผู้มีบทบาทสำคัญในยุคปฏิวัติ เช่น เอ็ดมันด์ เพนเดิลตัน (Edmund Pendleton) ประธานคนแรก, จอร์จ ไวธ (George Wythe) ผู้เป็นอาจารย์ของโธมัส เจฟเฟอร์สัน และจอห์น แบลร์ จูเนียร์ (John Blair Jr.) ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา

วิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

  • การบันทึกคำพิพากษา: ในช่วงแรกจนถึงปี 1788 ผู้พิพากษาไม่ได้เขียนคำวินิจฉัยเป็นลายลักษณ์อักษร แต่โธมัส เจฟเฟอร์สัน ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้จึงเริ่มบันทึกคำตัดสินของศาลไว้ในรายงานของเขา
  • การดำรงตำแหน่ง: ในปี 1788 มีการกำหนดให้ผู้พิพากษา 5 ท่านได้รับเลือกโดยสมัชชาแห่งรัฐและดำรงตำแหน่งตลอดชีวิตจนกว่าจะมีการพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
  • การปฏิรูปปี 1850–51: มีการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งเหลือ 12 ปี และเปลี่ยนมาใช้ระบบการเลือกตั้งโดยประชาชน
  • รัฐธรรมนูญปี 1870: เปลี่ยนกลับมาใช้ระบบการเลือกตั้งโดยสมัชชาแห่งรัฐ และกำหนดให้มีการจัดประชุมนอกเมืองริชมอนด์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ไวธวิลล์, สตอว์ตัน และวินเชสเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทนายความในยุคที่การเดินทางยังยากลำบาก
  • การแก้ไขปี 1928: เพิ่มจำนวนผู้พิพากษาเป็น 7 ท่าน และเปลี่ยนชื่อตำแหน่งประธานศาลเป็น ประธานศาลฎีกา (Chief Justice) พร้อมทั้งเพิ่มอำนาจหน้าที่ของศาลให้มากขึ้น

อำนาจหน้าที่และเขตอำนาจศาล

ศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียมีทั้งอำนาจในการพิจารณาคดีเริ่มแรก (Original Jurisdiction) และอำนาจในการพิจารณาคดีอุทธรณ์ (Appellate Jurisdiction) โดยหน้าที่หลักคือการทบทวนคำตัดสินของศาลชั้นต้น เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทางกฎหมายภายในรัฐเวอร์จิเนีย

คำถามที่พบบ่อย

ศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?

ก่อตั้งขึ้นในปี 1779 ในชื่อเดิมว่า Supreme Court of Appeals

ผู้พิพากษาของศาลฎีกาแห่งรัฐเวอร์จิเนียได้รับการคัดเลือกอย่างไรในปัจจุบัน?

ตามรัฐธรรมนูญปี 1870 และการแก้ไขเพิ่มเติม ผู้พิพากษาจะได้รับการเลือกตั้งโดยคะแนนเสียงร่วมของทั้งสองสภาในสมัชชาแห่งรัฐ (General Assembly)

ศาลนี้มีหน้าที่หลักอะไร?

หน้าที่หลักคือการพิจารณาคำร้องอุทธรณ์จากศาลชั้นต้น (Circuit Courts) และศาลอุทธรณ์แห่งรัฐเวอร์จิเนีย เพื่อให้คำวินิจฉัยสุดท้ายในทางกฎหมายของรัฐ