← กลับไปยังบทความทั้งหมด

T17E1 Staghound รถหุ้มเกราะล้อลากสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2

สรุปใจความสำคัญ

  • T17E1 Staghound เป็นรถหุ้มเกราะ 4 ล้อขับเคลื่อนสี่ล้อ (4x4) ผลิตโดย Chevrolet
  • ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ สองเครื่องยนต์ พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นนวัตกรรมล้ำสมัยในยุคนั้น
  • แม้จะผลิตโดยสหรัฐฯ แต่กองทัพบกสหรัฐฯ ไม่ได้นำมาใช้งานในแนวหน้า โดยเน้นส่งมอบให้กองทัพอังกฤษและเครือจักรภพ
  • มีการผลิตทั้งหมด 3,844 คัน

T17E1 Staghound เป็นรถหุ้มเกราะสัญชาติอเมริกันที่ผลิตขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกองกำลังของสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ แม้ว่ากองทัพบกสหรัฐฯ จะไม่ได้นำมาใช้งานในแนวหน้า แต่รถรุ่นนี้กลับได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่พันธมิตรและถูกนำไปใช้งานในหลายประเทศทั่วโลกจนถึงทศวรรษที่ 1980

ประวัติการพัฒนา

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1941 กองทัพบกสหรัฐฯ ได้กำหนดคุณสมบัติสำหรับรถหุ้มเกราะขนาดกลางและขนาดหนัก โดยรุ่น T17 (ผลิตโดย Ford Motor Company) เป็นแบบ 6 ล้อ และรุ่น T17E1 (ผลิตโดย Chevrolet) เป็นแบบ 4 ล้อ ซึ่งทั้งสองรุ่นใช้ป้อมปืนที่ออกแบบโดย Rock Island Arsenal ตามความต้องการของอังกฤษที่ต้องการให้มีลูกเรืออย่างน้อยสองคนในป้อมปืนและติดตั้งวิทยุสื่อสารไว้ใกล้กับผู้บัญชาการ

T17E1 Staghound
รถหุ้มเกราะ T17E1 Staghound ที่มีชื่อว่า "Buffel"

คุณลักษณะทางเทคนิคของ T17E1

อังกฤษได้ตั้งชื่อรถรุ่นนี้ว่า Staghound โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับวิศวกรของ Chevrolet เพื่อให้รถมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของกองทัพอังกฤษ ซึ่งนำไปสู่การสั่งผลิตจำนวนมากผ่านโครงการ Lend-Lease

Staghound เป็นการออกแบบที่ล้ำสมัยในยุคนั้น โดยมีจุดเด่นดังนี้:

  • ระบบขับเคลื่อน: ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ สองเครื่องยนต์ติดตั้งหันหน้าไปทางด้านหลัง พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ
  • ระบบขับเคลื่อนล้อ: สามารถเลือกขับเคลื่อน 2 ล้อ หรือ 4 ล้อได้ และสามารถปิดเครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่งได้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่
  • ระบบบังคับเลี้ยว: มีปั๊มพาวเวอร์สเตียริ่งที่ผู้ขับขี่สามารถเปิด-ปิดได้จากแผงควบคุม
  • โครงสร้าง: ส่วนประกอบของระบบบังคับเลี้ยวและระบบกันสะเทือนถูกยึดติดกับตัวถังโดยตรง ทำให้ไม่ต้องใช้แชสซีแยกต่างหาก
T17E1 Staghound 37mm gun
T17E1 Staghound ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 37 มม.

การใช้งานในสมรภูมิ

เนื่องจาก Staghound เข้าสู่การประจำการช้าเกินไป จึงพลาดโอกาสในการใช้งานในแคมเปญแอฟริกาเหนือ แต่ได้เริ่มใช้งานครั้งแรกในอิตาลี ซึ่งในช่วงแรกพบปัญหาเรื่องขนาดตัวถังที่ใหญ่เกินไปสำหรับถนนที่แคบในยุโรป อย่างไรก็ตาม เมื่อการรบในอิตาลีเริ่มมีความคล่องตัวมากขึ้นในช่วงกลางปี 1944 รถรุ่นนี้ก็ได้แสดงประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ และถูกนำไปใช้ในแคมเปญยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือด้วย

Staghound Armored Car
รถหุ้มเกราะ Staghound ในพิพิธภัณฑ์ Gunfire Museum

ผู้ใช้งานทั่วโลก

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รถ Staghound ถูกกระจายไปยังประเทศสมาชิก NATO และตะวันออกกลาง เช่น ออสเตรเลีย เบลเยียม บราซิล แคนาดา อียิปต์ และอิสราเอล โดยในบางประเทศมีการดัดแปลงติดตั้งอาวุธที่ทันสมัยขึ้น เช่น รุ่นของสวิตเซอร์แลนด์ที่ติดตั้งปืนต่อต้านรถถังขนาด 30 มม. และ 47 มม.

Staghound in museum
ตัวอย่างรถหุ้มเกราะ Staghound
T17E1 Staghound
รถหุ้มเกราะ T17E1 Staghound

คำถามที่พบบ่อย

T17E1 Staghound แตกต่างจาก T17 อย่างไร?

T17E1 เป็นรุ่น 4 ล้อขับเคลื่อนสี่ล้อ (4x4) ผลิตโดย Chevrolet ในขณะที่ T17 เป็นรุ่น 6 ล้อขับเคลื่อนหกล้อ (6x6) ผลิตโดย Ford

ทำไมกองทัพบกสหรัฐฯ ถึงไม่ใช้ Staghound ในแนวหน้า?

กองทัพบกสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกการออกแบบรถหุ้มเกราะขนาดใหญ่ และเปลี่ยนไปใช้รถหุ้มเกราะขนาดเล็กกว่าอย่าง M8 Greyhound แทน

Staghound Staghound ถูกนำไปใช้งานในสมรภูมิใดบ้าง?

ถูกนำไปใช้งานหลักๆ ในสมรภูมิอิตาลี และสมรภูมิยุโรปตะวันตกเฉียงเหนือ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2