พรรคทอรี รากฐานและวิวัฒนาการของฝ่ายอนุรักษนิยมในอังกฤษ
สรุปใจความสำคัญ
- พรรคทอรีถือกำเนิดขึ้นในช่วงวิกฤตการกีดกัน (Exclusion Crisis) ปี 1679 เพื่อสนับสนุนสิทธิการสืบราชสมบัติของเจมส์ ดยุกแห่งยอร์ก
- อุดมการณ์หลักในยุคแรกคือการรักษาความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์และคริสตจักรแห่งอังกฤษ
- คำว่า 'Tory' มีรากศัพท์มาจากภาษาไอริช แปลว่า 'คนนอกกฎหมาย' หรือ 'โจร' ซึ่งเดิมใช้เป็นคำด่าทางการเมือง
- พรรคทอรีได้วิวัฒนาการกลายเป็นพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) ภายใต้การนำของโรเบิร์ต พีล และการประกาศ Tamworth Manifesto
พรรคทอรี (Tories) คือกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางอุดมการณ์แบบอนุรักษนิยม โดยเริ่มต้นจากการเป็นกลุ่มที่สนับสนุนสถาบันกษัตริย์และคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England)
จุดเริ่มต้นและวิกฤตการกีดกัน (Exclusion Crisis)
กลุ่มทอรีปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงวิกฤตการกีดกัน (Exclusion Crisis) ปี ค.ศ. 1679 โดยเป็นกลุ่มที่คัดค้านความพยายามของพรรควิก (Whigs) ในการกีดกันเจมส์ ดยุกแห่งยอร์ก (James, Duke of York) ออกจากการสืบราชสันตติวงศ์ เนื่องจากพระองค์ทรงนับถือศาสนาคาทอลิก
แม้ว่ากลุ่มทอรีจะคัดค้านการที่รัฐสนับสนุนศาสนาคาทอลิก แต่พวกเขาเชื่อมั่นว่าการสืบทอดอำนาจตามสายเลือดเป็นรากฐานของสังคมที่มั่นคง ดังนั้นจึงสนับสนุนสิทธิในการสืบราชสมบัติของเจมส์เหนือความต้องการทางการเมืองของพรรควิก

อุดมการณ์และบทบาทในศตวรรษที่ 18
ในศตวรรษที่ 18 เป้าหมายหลักของพรรคทอรีคือการรักษาความเข้มแข็งของคริสตจักรแห่งอังกฤษ โดยคัดค้านการผ่อนปรนทางศาสนาไม่เพียงแต่สำหรับชาวคาทอลิกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มโปรเตสแตนต์ที่แยกตัวออกมา (Dissenting Protestants) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พรรควิกให้การสนับสนุน
หลังจากการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าจอร์จที่ 1 ในปี ค.ศ. 1714 พรรคทอรีสูญเสียบทบาทในการบริหารประเทศและค่อยๆ ลดบทบาทลงในฐานะองค์กรทางการเมืองในช่วงต้นทศวรรษ 1760 อย่างไรก็ตาม คำว่า "ทอรี" ยังคงถูกใช้เพื่ออธิบายกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดจงรักภักดีต่อกษัตริย์ โดยเฉพาะในช่วงการปฏิวัติอเมริกา ซึ่งคำนี้กลายเป็นคำเรียกกลุ่มผู้จงรักภักดี (Loyalists) ที่สนับสนุนมงกุฎอังกฤษในการปราบปรามการปฏิวัติ
การฟื้นตัวและการเปลี่ยนผ่านสู่พรรคอนุรักษนิยม
ประมาณ 20 ปีหลังจากการเสื่อมถอย พรรคทอรีกลุ่มใหม่ได้ก่อตัวขึ้นและมีบทบาทในการบริหารประเทศระหว่างปี ค.ศ. 1783 ถึง 1830 ภายใต้การนำของบุคคลสำคัญ เช่น วิลเลียม พิตต์ ผู้เยาว์ (William Pitt the Younger) และโรเบิร์ต เจนกินสัน เอิร์ลแห่งลิเวอร์พูล (Earl of Liverpool)
พรรคทอรีในยุคนี้มีแนวโน้มคัดค้านการขยายสิทธิในการเลือกตั้ง และสนับสนุนการปราบปรามการประท้วงเนื่องจากความกังวลว่าอังกฤษอาจเผชิญกับการปฏิวัติที่รุนแรงเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งปี ค.ศ. 1831 ซึ่งพรรควิกชนะการเลือกตั้งด้วยประเด็นการปฏิรูปการเลือกตั้ง นำไปสู่การประกาศใช้พระราชบัญญัติการเป็นตัวแทนของประชาชน ค.ศ. 1832 (Representation of the People Act 1832) ซึ่งส่งผลให้พรรคทอรีสูญเสียที่นั่งในสภาจำนวนมาก
ภายใต้การนำของ โรเบิร์ต พีล (Robert Peel) พรรคทอรีได้เริ่มปรับตัวผ่านเอกสารนโยบายที่เรียกว่า "คำประกาศแทมเวิร์ธ" (Tamworth Manifesto) เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็น พรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) อย่างไรก็ตาม การยกเลิกกฎหมายข้าวโพด (Corn Laws) ในปี ค.ศ. 1846 ทำให้พรรคเกิดความแตกแยก โดยกลุ่มที่นำโดยเอิร์ลแห่งเดอร์บีและเบนจามิน ดิสราเอลี ได้กลายเป็นพรรคอนุรักษนิยมสมัยใหม่ ซึ่งสมาชิกยังคงถูกเรียกขานว่า "ทอรี" มาจนถึงปัจจุบัน

ที่มาของชื่อ "ทอรี"
คำว่า Tory เดิมทีเป็นคำด่าทอ โดยมีรากศัพท์มาจากคำในภาษาไอริชกลางว่า tóraidhe (ภาษาไอริชสมัยใหม่คือ tóraí) ซึ่งแปลว่า "คนนอกกฎหมาย" หรือ "โจร" (มาจากคำว่า tóir ที่แปลว่าการไล่ล่า) คำนี้เริ่มถูกนำมาใช้ในการเมืองอังกฤษในช่วงวิกฤตการกีดกัน ปี ค.ศ. 1678–1681 เพื่อโจมตีฝ่ายที่คัดค้านการกีดกันเจมส์ ดยุกแห่งยอร์ก
ในทำนองเดียวกัน คำว่า Whig ก็มีที่มาจากคำด่าทอ whiggamore ซึ่งเป็นคำเรียกคนต้อนวัวในสกอตแลนด์เช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
พรรคทอรีแตกต่างจากพรรคอนุรักษนิยมอย่างไร?
พรรคทอรีคือกลุ่มการเมืองยุคแรกที่เน้นความจงรักภักดีต่อกษัตริย์และคริสตจักรแห่งอังกฤษ ซึ่งต่อมาได้วิวัฒนาการและปรับตัวเป็นพรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) ในศตวรรษที่ 19
ทำไมพรรคทอรีถึงคัดค้านการกีดกันเจมส์ ดยุกแห่งยอร์ก?
เพราะพรรคทอรีเชื่อว่าการสืบทอดอำนาจตามสายเลือดเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในสังคม แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นด้วยกับศาสนาคาทอลิกของเจมส์ก็ตาม
คำว่า 'Tory' มีที่มาอย่างไร?
มาจากคำภาษาไอริช 'tóraidhe' ซึ่งแปลว่าโจรหรือคนนอกกฎหมาย โดยเริ่มใช้เป็นคำเรียกเชิงลบในทางการเมืองอังกฤษก่อนจะกลายเป็นชื่อพรรคในภายหลัง
