← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ตัวอักษรตุรกี ระบบการเขียนภาษาตุรกีสมัยใหม่

สรุปใจความสำคัญ

  • ตัวอักษรตุรกีมีทั้งหมด 29 ตัว ประกอบด้วยสระ 8 ตัว และพยัญชนะ 21 ตัว
  • ถูกนำมาใช้เป็นทางการในปี 1928 ภายใต้การปฏิรูปของมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก เพื่อเปลี่ยนจากอักษรอาระบิกเป็นอักษรละติน
  • มีการแยกตัวอักษร I (ไม่มีจุด) และ İ (มีจุด) ออกเป็นคนละตัวอักษรกันอย่างชัดเจน
  • เป็นต้นแบบในการเปลี่ยนระบบการเขียนของภาษาในตระกูลเตอร์กิกอื่นๆ เช่น ภาษาอาเซอร์ไบจานและภาษาคาซัค

ตัวอักษรตุรกี (ตุรกี: Tørk alfabesi หรือ Tørk abecesi) คือระบบการเขียนที่ใช้ตัวอักษรละตินในการเขียนภาษาตุรกี ประกอบด้วยตัวอักษรทั้งหมด 29 ตัว โดยมี 7 ตัวอักษร (Ç, Ğ, I, İ, Ö, ౜ และ Ü) ที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจากตัวอักษรละตินดั้งเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการทางสัทศาสตร์ของภาษาตุรกี

ระบบตัวอักษรนี้ถูกนำมาใช้เป็นทางการในปี ค.ศ. 1928 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปโดยมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก (Atatørk's Reforms) เพื่อแทนที่การใช้อักษรอาระบิกในยุคจักรวรรดิออตโตมัน ตัวอักษรตุรกีสมัยใหม่ได้รับการออกแบบมาให้สะท้อนการออกเสียงของภาษาตุรกีได้อย่างแม่นยำและเฉพาะเจาะจงอย่างมาก และยังได้กลายเป็นต้นแบบในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอักษรละตินของหลายภาษาในตระกูลเตอร์กิก เช่น ภาษาอาเซอร์ไบจาน (1991), ภาษาเติร์กเมน (1993) และภาษาคาซัค (2021)

แผนผังวิวัฒนาการของตัวอักษรตุรกีจากอักษรฟีนิเชียนผ่านกรีกและละติน
แผนผังแสดงความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ของตัวอักษรตุรกีที่พัฒนามาจากรากฐานของอักษรละติน

ตัวอักษรและการออกเสียง

ตัวอักษรตุรกีประกอบด้วยสระ 8 ตัว (A, E, I, İ, O, Ö, U, Ü) และพยัญชนะ 21 ตัว โดยมีลักษณะการออกเสียงที่สำคัญดังนี้:

ตัวอักษรเสียง (IPA)คำอธิบาย/การเปรียบเทียบเสียง
Ç/t͹/คล้ายเสียง "ช" ในภาษาไทย หรือ "ch" ในภาษาอังกฤษ
Ğʂ / ɧ / ʙมักไม่ออกเสียงเมื่อขึ้นต้นพยางค์ แต่ช่วยแยกพยางค์ หรือทำหน้าที่ลากเสียงสระข้างหน้าให้ยาวขึ้น
I (ไม่มีจุด)/ɡ/เสียงสระกลางหลัง ไม่กลมริมฝีปาก (คล้ายเสียง ɡ)
İ (มีจุด)/i/เสียงสระหน้า สูง ไม่กลมริมฝีปาก (คล้ายเสียง "อี")
Ö/Ɂ/เสียงสระหน้า กลมริมฝีปาก (คล้ายเสียง Ö ในภาษาเยอรมัน)
/ʂ/คล้ายเสียง "ช" แบบสั่นในลำคอ (เสียง /ʙ/ ใน IPA)
Ü/ʲ/เสียงสระหน้า สูง กลมริมฝีปาก (คล้ายเสียง Ü ในภาษาเยอรมัน)

ลักษณะเด่นของตัวอักษร I และ İ

หนึ่งในลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของตัวอักษรตุรกีคือการแยก I (ไม่มีจุด) และ İ (มีจุด) ออกเป็นคนละตัวอักษรกันอย่างเด็ดขาด:

  • İ (ตัวพิมพ์ใหญ่)i (ตัวพิมพ์เล็ก)
  • I (ตัวพิมพ์ใหญ่)ı (ตัวพิมพ์เล็ก)

การสลับกันระหว่างตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กของตัวอักษรทั้งสองนี้มีความสำคัญมากในการเขียนและการสื่อความหมาย

การใช้เครื่องหมายกำกับเสียง (Circumflex)

ในภาษาตุรกีมีการใช้เครื่องหมาย circumflex (²) เหนือสระบางตัว เช่น â, î, û เพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้:

  1. เพื่อระบุการออกเสียงพยัญชนะ: ใช้ระบุว่าพยัญชนะ k, g หรือ l ที่อยู่ข้างหน้ามีการออกเสียงแบบเพดานแข็ง (Palatalised) เช่นคำว่า kâr (กำไร) ซึ่งออกเสียงต่างจาก kar (หิมะ)
  2. เพื่อลากเสียงสระ: ใช้ระบุว่าสระตัวนั้นมีการออกเสียงยาวขึ้น ซึ่งมักพบในคำที่ยืมมาจากภาษาอาหรับและเปอร์เซียในยุคออตโตมัน

ตัวอักษรที่ไม่ได้อยู่ในระบบมาตรฐาน

ตัวอักษร Q, W และ X ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวอักษรตุรกีมาตรฐานและไม่พบในคำพื้นเมือง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันตัวอักษรเหล่านี้เริ่มมีการนำมาใช้มากขึ้นในคำยืมสมัยใหม่ (เช่น tweetlemek) หรือชื่อเฉพาะจากต่างประเทศ (เช่น Washington)

คำถามที่พบบ่อย

ตัวอักษรตุรกีแตกต่างจากตัวอักษรละตินมาตรฐานอย่างไร?

ตัวอักษรตุรกีมีการปรับเปลี่ยนตัวอักษรละติน 7 ตัว (Ç, Ğ, I, İ, Ö, ౜, Ü) เพื่อให้ตรงกับเสียงในภาษาตุรกี และมีการแยกตัวอักษร I แบบมีจุดและไม่มีจุดออกจากกัน

ทำไมตุรกีถึงเปลี่ยนมาใช้ตัวอักษรละตินในปี 1928?

เป็นการส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยโดยมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก เพื่อให้การอ่านออกเขียนได้แพร่หลายมากขึ้นและเชื่อมโยงกับโลกตะวันตก

ตัวอักษร Q, W, X มีใช้ในภาษาตุรกีหรือไม่?

โดยปกติไม่มีในตัวอักษรตุรกีมาตรฐาน แต่จะพบได้ในคำยืมจากต่างประเทศหรือชื่อเฉพาะเท่านั้น