ไซนัสที่สะดือและท่อปัสสาวะ (Umbilical-urachal sinus) คืออะไร?
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่เกิดจากท่อ allantois ไม่ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์
- มักพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่
- อาจนำไปสู่การติดเชื้อ การเกิดฝี หรือในกรณีที่หายากมากอาจกลายเป็นมะเร็งได้
ไซนัสที่สะดือและท่อปัสสาวะ (Umbilical-urachal sinus) คือความผิดปกติแต่กำเนิดของกระเพาะปัสสาวะที่เกิดจากการที่ท่อ allantois ไม่ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ในระหว่างการพัฒนาของทารกในครรภ์ โดยความผิดปกตินี้มักพบได้บ่อยในเด็กและพบได้น้อยกว่าในผู้ใหญ่

พื้นฐานทางกายวิภาค
ท่อยูราคัส (Urachus) คือโครงสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นใยยืดหยุ่น (fibroelastic structure) ที่เชื่อมต่อระหว่างกระเพาะปัสสาวะของทารกกับสะดือในระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อน ซึ่งโดยปกติแล้วท่อนี้จะปิดตัวลงและกลายเป็นเส้นใยยึดเหนี่ยวในช่วงก่อนเกิด
หากท่อยูราคัสไม่ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ อาจนำไปสู่ความผิดปกติหลายประการ รวมถึง Umbilical-urachal sinus ซึ่งอาจปรากฏเป็นท่อไซนัส (sinus tract) หรือถุงน้ำ (cyst) บริเวณสะดือ
ความแตกต่างจาก Patent Urachus
สิ่งที่ทำให้ Umbilical-urachal sinus แตกต่างจาก urachal diverticulum (หรือ patent urachus) คือลักษณะการขยายตัวเฉพาะจุดของส่วนที่เหลือของท่อยูราคัสบริเวณสะดือ
ประวัติการค้นพบ
เชื่อกันว่าความผิดปกตินี้ถูกบรรยายลักษณะครั้งแรกโดย Cabriolus ในปี ค.ศ. 1550
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
หากไม่ได้รับการรักษา ความผิดปกตินี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนดังนี้:
- การติดเชื้อ: อาจเกิดการอักเสบและกลายเป็นฝี (abscess formation) บริเวณสะดือ
- การเกิดถุงน้ำ: พัฒนาไปเป็นถุงน้ำยูราคัส (urachal cyst)
- เนื้องอก: อาจเกิดเนื้องอกร่วมด้วยในบางกรณี
- ความเสี่ยงต่อมะเร็ง: ในกรณีที่ปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง (แม้ว่าจะพบได้น้อยมาก)
คำถามที่พบบ่อย
Umbilical-urachal sinus คืออะไร?
คือความผิดปกติแต่กำเนิดที่เกิดจากท่อยูราคัส (Urachus) ซึ่งเชื่อมต่อกระเพาะปัสสาวะกับสะดือไม่ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ ทำให้เกิดเป็นท่อไซนัสหรือถุงน้ำบริเวณสะดือ
อาการที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?
มักพบการมีของเหลวไหลออกจากสะดือ หรือมีการอักเสบ ติดเชื้อ และบวมแดงบริเวณสะดือ
หากปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรงจนเป็นฝี หรือในระยะยาวอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งในบริเวณท่อที่หลงเหลืออยู่

