← กลับไปยังบทความทั้งหมด

หมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นกลุ่มเกาะ 9 แห่งที่สหรัฐอเมริกามีอำนาจอธิปไตย แบ่งเป็น 8 แห่งในแปซิฟิก และ 1 แห่งในแคริบเบียน
  • ส่วนใหญ่เป็นดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้ากับสหรัฐฯ (Unincorporated) และไม่มีประชากรอาศัยอยู่ถาวร
  • มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทหาร โดยเฉพาะเกาะเวคและมิดเวย์อะทอลล์ที่มีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ใช้รหัส ISO 3166-1 alpha-2 คือ UM

หมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกา (United States Minor Outlying Islands) เป็นคำเรียกทางสถิติที่ใช้ระบุกลุ่มเกาะและพื้นที่เกาะขนาดเล็ก 9 แห่งที่อยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา โดยแบ่งเป็น 8 แห่งในมหาสมุทรแปซิฟิก และ 1 แห่งในทะเลแคริบเบียน

แผนที่แสดงตำแหน่งของหมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก
ตำแหน่งของหมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก (ไม่รวมเกาะนาวาสซา)

รายชื่อเกาะและพื้นที่ปกครอง

กลุ่มเกาะเหล่านี้ประกอบด้วยพื้นที่สำคัญดังนี้:

  • ในมหาสมุทรแปซิฟิก: เกาะเบเกอร์ (Baker Island), เกาะฮาวแลนด์ (Howland Island), เกาะจาร์วิส (Jarvis Island), จอห์นสตันอะทอลล์ (Johnston Atoll), คิงแมนรีฟ (Kingman Reef), มิดเวย์อะทอลล์ (Midway Atoll), พาลไมราอะทอลล์ (Palmyra Atoll) และเกาะเวค (Wake Island)
  • ในทะเลแคริบเบียน: เกาะนาวาสซา (Navassa Island)

ในทางสถิติ กลุ่มเกาะเหล่านี้ถูกกำหนดรหัสมาตรฐาน ISO 3166-1 เป็น UM

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และยุทธศาสตร์

แม้ว่าเกาะส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กและไม่มีประชากรอาศัยอยู่ถาวร แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งในด้านยุทธศาสตร์ การทหาร และธรรมชาติวิทยา

เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์

  • เกาะฮาวแลนด์: เป็นจุดหมายปลายทางที่นักบินหญิงชื่อดัง อะมีเลีย เอียร์ฮาร์ต (Amelia Earhart) พยายามจะลงจอดก่อนที่จะหายสาบสูญไปในการบินรอบโลกเมื่อปี ค.ศ. 1937
  • เกาะเวคและมิดเวย์อะทอลล์: ทั้งสองแห่งเป็นสมรภูมิสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะยุทธนาวีที่มิดเวย์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามในแปซิฟิก
  • จอห์นสตันอะทอลล์: เคยเป็นฐานทัพสำคัญในช่วงสงครามเย็น และถูกใช้เป็นสถานที่ทำลายคลังอาวุธเคมี รวมถึงเคยเกิดอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ในพื้นที่
ทัศนียภาพของหนึ่งในหมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกา
สภาพภูมิประเทศของเกาะในกลุ่มหมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็ก

สถานะทางกฎหมายและการปกครอง

เกาะเหล่านี้ส่วนใหญ่มีสถานะเป็น ดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกาและไม่มีการจัดระเบียบการปกครอง (Unincorporated unorganized territories) ยกเว้นพาลไมราอะทอลล์ซึ่งเป็นดินแดนที่รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกา (Incorporated territory)

ปัจจุบันไม่มีประชากรอาศัยอยู่ถาวร แต่มีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่จากหน่วยบริการสัตว์ป่าและประมงของสหรัฐฯ (U.S. Fish and Wildlife Service) และนักวิจัยที่ประจำการชั่วคราวในบางเกาะ เช่น เกาะเวคที่กองทัพสหรัฐฯ ได้กลับมาลงทุนพัฒนาสนามบินและทรัพย์สินทางยุทธศาสตร์ในช่วงปลายทศวรรษ 2010

ภาพถ่ายทางอากาศของเกาะปะการังในแปซิฟิก
ลักษณะทางกายภาพของเกาะปะการัง (Atoll) ในเขตปกครองของสหรัฐฯ

การเข้าถึงและสิ่งแวดล้อม

เกาะส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชม เนื่องจากเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและพื้นที่ยุทธศาสตร์ ผู้ที่ต้องการเข้าเยี่ยมชมเกาะอย่างเกาะจาร์วิสจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตเป็นพิเศษ ส่วนพาลไมราอะทอลล์เปิดให้สาธารณชนเข้าถึงได้ แต่การเดินทางเข้าถึงทำได้ยากลำบาก

เกาะในแปซิฟิก (ยกเว้นมิดเวย์อะทอลล์) ถูกล้อมรอบด้วยเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zones) ขนาดใหญ่ และตั้งอยู่ในขอบเขตของอนุสรณ์สถานทางทะเลมรดกหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Heritage Marine National Monument)

คำถามที่พบบ่อย

หมู่เกาะนอกชายฝั่งขนาดเล็กของสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยเกาะอะไรบ้าง?

ประกอบด้วยเกาะเบเกอร์, ฮาวแลนด์, จาร์วิส, จอห์นสตันอะทอลล์, คิงแมนรีฟ, มิดเวย์อะทอลล์, พาลไมราอะทอลล์ และเกาะเวค ในมหาสมุทรแปซิฟิก และเกาะนาวาสซาในทะเลแคริบเบียน

มีคนอาศัยอยู่บนเกาะเหล่านี้หรือไม่?

ไม่มีประชากรอาศัยอยู่ถาวร แต่มีเจ้าหน้าที่ทหารและนักวิจัยประจำการชั่วคราวในบางพื้นที่ เช่น เกาะเวค

ทำไมเกาะเหล่านี้ถึงมีความสำคัญ?

มีความสำคัญในด้านยุทธศาสตร์การทหาร การควบคุมเขตเศรษฐกิจจำเพาะในมหาสมุทร และเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ

นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวเกาะเหล่านี้ได้หรือไม่?

เกาะส่วนใหญ่ปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าชม และต้องใช้ใบอนุญาตพิเศษสำหรับบางเกาะ เนื่องจากเป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติและพื้นที่ทางทหาร

สถานะทางกฎหมายของเกาะเหล่านี้คืออะไร?

เกือบทั้งหมดเป็นดินแดนที่ไม่ได้รวมเข้ากับสหรัฐฯ (Unincorporated unorganized territories) ยกเว้นพาลไมราอะทอลล์ที่เป็นดินแดนที่รวมเข้ากับสหรัฐฯ (Incorporated territory)