← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติหน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army Hospital Corps)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1886 เพื่อเตรียมบุคลากรทางการแพทย์สำหรับการรบในสนาม
  • มีจำนวนกำลังพลสูงสุดประมาณ 6,000 นายในช่วงสงครามสเปน-อเมริกา
  • มีการปรับโครงสร้างยศในปี 1903 ให้สอดคล้องกับยศมาตรฐานของกองทัพบกสหรัฐฯ

หน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ (United States Army Hospital Corps) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1886 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสรรหาและรักษาบุคลากรทางการแพทย์ระดับประทวนที่มีความสามารถไว้ในกรมการแพทย์ของกองทัพบกสหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบในกรณีที่เกิดสงครามกับต่างประเทศ

ภูมิหลังและการก่อตั้ง

ก่อนการก่อตั้งหน่วยนี้ กองทัพบกมีตำแหน่ง Hospital Stewards ซึ่งทำหน้าที่ในด้านเภสัชกรรม การศัลยกรรมเล็กน้อย ทันตกรรมเบื้องต้น และการบริหารจัดการโรงพยาบาลประจำฐานทัพ อย่างไรก็ตาม บุคลากรเหล่านี้ไม่ได้รับการฝึกฝนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบ เมื่อสงครามอินเดียนเริ่มสิ้นสุดลงในช่วงปลายทศวรรษ 1870 กองทัพบกสหรัฐฯ เริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามกับต่างประเทศ และพบว่าการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่ฝึกฝนมาเพื่อการรบเป็นจุดอ่อนสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ ศัลยแพทย์ใหญ่ (Surgeon General) จึงเริ่มแคมเปญเพื่อสร้างหน่วยผู้ช่วยทางการแพทย์ระดับประทวนที่สามารถปฏิบัติงานในสนามได้ จนกระทั่งรัฐสภาได้จัดตั้งหน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1886

พลทหารหน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ พร้อมอุปกรณ์สนาม
พลทหารหน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ พร้อมอุปกรณ์สนามปฏิบัติการ

โครงสร้างองค์กรและยศ

ในช่วงเริ่มต้น หน่วยพยาบาลประกอบด้วย Hospital Stewards, Acting Hospital Stewards และพลทหาร (Privates) โดยจำนวนบุคลากรจะถูกกำหนดโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม ต่อมามีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างยศเพื่อให้สอดคล้องกับกองทัพส่วนใหญ่ ดังนี้:

  • ปี ค.ศ. 1901: มีการนำยศ Lance Acting Hospital Steward มาใช้สำหรับผู้ที่อยู่ในช่วงทดลองงาน
  • ปี ค.ศ. 1903: มีการนำยศ Corporal (สิบตรี) มาใช้สำหรับผู้ที่มีความเป็นผู้นำสูงแต่ไม่สามารถสอบผ่านเกณฑ์การเลื่อนยศทางวิชาการได้
  • การปรับยศในปี 1903: เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับกองทัพ Hospital Stewards ถูกปรับเป็น Sergeants First Class (จ่าสิบเอก), Acting Hospital Stewards เป็น Sergeants (สิบเอก) และ Lance Acting Hospital Steward เป็น Lance Corporals (สิบตรี)

จำนวนบุคลากรของหน่วยพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในช่วงสงครามสเปน-อเมริกา (Spanish-American War) โดยในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1898 มีกำลังพลในหน่วยประมาณ 6,000 นาย แม้ว่าในความเป็นจริงจะมีความต้องการถึง 22,500 นายก็ตาม

การสรรหาและการเลื่อนตำแหน่ง

การรับสมัครเข้าหน่วยพยาบาลจะคัดเลือกจากพลทหารที่รับราชการในหน่วยรบมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการฝึกอบรมก่อนจะถูกส่งไปยังฐานทัพเพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็น พยาบาล, คนครัว หรือผู้ช่วยทางการแพทย์

เกณฑ์การเลื่อนตำแหน่ง

  1. พลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ครบ 12 เดือน หรือผู้สำเร็จการศึกษาด้านเภสัชกรรมที่ปฏิบัติหน้าที่ครบ 6 เดือน สามารถได้รับการเสนอชื่อเพื่อเลื่อนยศ
  2. ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องผ่านการสอบเพื่อเลื่อนเป็น Acting Hospital Steward
  3. การจะเลื่อนเป็น Hospital Steward เต็มตัว ต้องปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรักษาการครบหนึ่งปีและผ่านการสอบที่เข้มงวดกว่าเดิม

แม้ว่าอัตราการหนีทหารของหน่วยพยาบาลจะต่ำมาก (เพียง 2% ต่อปี เมื่อเทียบกับ 10% ของกองทัพโดยรวม) แต่กรมการแพทย์ยังคงประสบปัญหาในการสรรหาบุคลากรให้ครบตามจำนวน โดยเฉพาะตำแหน่งคนครัวที่มีฝีมือ นอกจากนี้ บุคลากรที่มีประสบการณ์มักย้ายกลับไปยังหน่วยรบเนื่องจากมีค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่งที่ดีกว่า

การฝึกอบรม

แม้ว่าเป้าหมายหลักคือการเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม แต่การฝึกอบรมส่วนใหญ่กลับเน้นไปที่ภารกิจในยามสงบ ซึ่งประกอบด้วย:

  • การทำอาหารและการดูแลม้า
  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา
  • การพยาบาลและเภสัชกรรม
  • ระเบียบวินัยทหาร การฝึกแถว และการสุขาภิบาลในค่ายทหาร

คำถามที่พบบ่อย

หน่วยพยาบาลกองทัพบกสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่ออะไร?

ก่อตั้งขึ้นเพื่อสรรหาและฝึกฝนบุคลากรทางการแพทย์ระดับประทวนให้มีความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบ ซึ่งแตกต่างจาก Hospital Stewards เดิมที่เน้นงานในโรงพยาบาลประจำฐานทัพ

การเลื่อนตำแหน่งในหน่วยพยาบาลมีเกณฑ์อย่างไร?

ต้องผ่านการปฏิบัติหน้าที่ตามระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 12 เดือนสำหรับพลทหาร) และต้องผ่านการสอบวัดความรู้ที่เข้มงวดเพื่อเลื่อนระดับยศ

ปัญหาหลักในการบริหารจัดการหน่วยพยาบาลคืออะไร?

การขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ โดยเฉพาะคนครัว และการที่บุคลากรที่มีประสบการณ์มักย้ายไปสังกัดหน่วยรบเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่งที่ดีกว่า