ประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา ลักษณะ 28 ระบบตุลาการและวิธีพิจารณาความ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นกฎหมายที่ควบคุมโครงสร้างและวิธีพิจารณาความของระบบศาลรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา
- แบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก ครอบคลุมตั้งแต่การจัดตั้งศาล, การทำงานของกระทรวงยุติธรรม, ไปจนถึงวิธีพิจารณาความ
- กำหนดเขตอำนาจศาล (Jurisdiction) และสถานที่พิจารณาคดี (Venue) เพื่อแยกแยะระหว่างคดีของศาลรัฐและศาลรัฐบาลกลาง
- ให้อำนาจศาลฎีกาสหรัฐฯ ในการออกกฎระเบียบวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญา
ประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา ลักษณะ 28 (Title 28 of the United States Code) หรือที่รู้จักในชื่อ ประมวลกฎหมายตุลาการ (Judicial Code) เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายลายลักษณ์อักษรระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่กำหนดโครงสร้าง การดำเนินงาน และระเบียบวิธีพิจารณาความของระบบตุลาการรัฐบาลกลางทั้งหมด

โครงสร้างของประมวลกฎหมายลักษณะ 28
ประมวลกฎหมายลักษณะนี้ถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วนหลัก เพื่อครอบคลุมทุกมิติของระบบยุติธรรมระดับรัฐบาลกลาง ดังนี้:
ส่วนที่ 1 การจัดองค์กรศาล (Organization of Courts)
ส่วนนี้กำหนดการจัดตั้งและโครงสร้างของศาลรัฐบาลกลาง ได้แก่:
- ศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court): ศาลสูงสุดของประเทศ
- ศาลอุทธรณ์ (Courts of Appeals): ศาลระดับกลางที่พิจารณาคดีอุทธรณ์
- ศาลแขวง (District Courts): ศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดีทั้งแพ่งและอาญา
- ผู้พิพากษาศาลล้มละลาย (Bankruptcy Judges)
- ศาลข้อเรียกร้องของรัฐบาลกลาง (United States Court of Federal Claims)
- ศาลการค้าระหว่างประเทศ (Court of International Trade)
ส่วนที่ 2 กระทรวงยุติธรรม (Department of Justice)
ส่วนนี้กำหนดอำนาจหน้าที่และโครงสร้างของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารที่บังคับใช้กฎหมาย ได้แก่:
- อัยการสูงสุด (Attorney General): ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงและที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล
- สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI): หน่วยงานสืบสวนหลัก
- อัยการสหรัฐฯ (United States Attorneys)
- สำนักงานมาร์แชลสหรัฐฯ (United States Marshals Service)
- สำนักงานทรัสตีสหรัฐฯ (United States Trustees)
- สำนักงานควบคุมแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธปืน และวัตถุระเบิด (ATF)
ส่วนที่ 3 เจ้าหน้าที่และพนักงานศาล (Court Officers and Employees)
ส่วนนี้ระบุถึงการบริหารจัดการบุคลากรในระบบศาล เช่น สำนักงานบริหารศาลรัฐบาลกลาง (Administrative Office of United States Courts), ศูนย์ตุลาการรัฐบาลกลาง (Federal Judicial Center) และผู้พิพากษาสมทบ (Magistrate Judges)
ส่วนที่ 4 เขตอำนาจศาลและสถานที่พิจารณาคดี (Jurisdiction and Venue)
ส่วนนี้เป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดว่าคดีใดควรขึ้นศาลใด และพิจารณาที่ไหน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- เขตอำนาจศาล (Jurisdiction): กำหนดว่าศาลรัฐบาลกลางมีอำนาจพิจารณาคดีประเภทใด เช่น คดีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายรัฐบาลกลาง หรือคดีระหว่างพลเมืองของรัฐที่ต่างกัน
- สถานที่พิจารณาคดี (Venue): กำหนดพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการดำเนินคดี
- การโอนคดี (Removal of Cases): ระเบียบการย้ายคดีจากศาลรัฐ (State Court) มายังศาลรัฐบาลกลาง
- เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน (Immunities): เช่น ความคุ้มกันของรัฐต่างประเทศ (Foreign Sovereign Immunities)
ส่วนที่ 5 วิธีพิจารณาความ (Procedure)
ส่วนนี้กำหนดระเบียบปฏิบัติในการดำเนินคดี ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา โดยศาลฎีกาสหรัฐฯ จะเป็นผู้ประกาศใช้ กฎระเบียบวิธีพิจารณาความแพ่งรัฐบาลกลาง (Federal Rules of Civil Procedure) และ กฎระเบียบวิธีพิจารณาความอาญารัฐบาลกลาง (Federal Rules of Criminal Procedure) ตามพระราชบัญญัติ Rules Enabling Act
ส่วนที่ 6 การพิจารณาคดีเฉพาะเรื่อง (Particular Proceedings)
ครอบคลุมขั้นตอนการพิจารณาคดีที่มีลักษณะพิเศษหรือเฉพาะเจาะจง ซึ่งแตกต่างจากวิธีพิจารณาความทั่วไป
คำถามที่พบบ่อย
ประมวลกฎหมายลักษณะ 28 คืออะไร?
คือส่วนของประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา (United States Code) ที่ว่าด้วยเรื่องระบบตุลาการและวิธีพิจารณาความ ซึ่งควบคุมการทำงานของศาลรัฐบาลกลางและกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีกี่ระดับตามกฎหมายนี้?
หลักๆ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ศาลแขวง (District Courts) เป็นศาลชั้นต้น, ศาลอุทธรณ์ (Courts of Appeals) และศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) ซึ่งเป็นศาลสูงสุด
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เกี่ยวข้องกับลักษณะ 28 อย่างไร?
ลักษณะ 28 ส่วนที่ 2 กำหนดโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม เช่น อัยการสูงสุด, FBI และสำนักงานมาร์แชลสหรัฐฯ
ความแตกต่างระหว่าง Jurisdiction และ Venue คืออะไร?
Jurisdiction (เขตอำนาจศาล) คืออำนาจทางกฎหมายของศาลในการพิจารณาคดีนั้นๆ ส่วน Venue (สถานที่พิจารณาคดี) คือสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินคดี
ใครเป็นผู้กำหนดกฎระเบียบวิธีพิจารณาความในศาลรัฐบาลกลาง?
ศาลฎีกาสหรัฐฯ เป็นผู้ประกาศใช้กฎระเบียบวิธีพิจารณาความแพ่งและอาญารัฐบาลกลาง โดยได้รับคำแนะนำจากสภาตุลาการแห่งสหรัฐอเมริกา (Judicial Conference of the United States)

