← กลับไปยังบทความทั้งหมด

รถโดยสารแบบล้อคงที่ของทางรถไฟวิกตอเรีย ประวัติศาสตร์และการออกแบบ

สรุปใจความสำคัญ

  • รถโดยสารยุคแรกของทางรถไฟวิกตอเรียเป็นแบบล้อคงที่ โดยใช้รูปแบบการโหลดผู้โดยสารจากด้านข้างตามมาตรฐานอังกฤษ
  • ระบบการจำแนกประเภทใช้ตัวอักษร A-F เพื่อระบุชั้นที่นั่งและวัตถุประสงค์การใช้งาน เช่น A คือชั้นหนึ่ง และ B คือชั้นสอง
  • เมื่อรถแบบโบกี้เข้ามาแทนที่ รถล้อคงที่รุ่นเก่าถูกลดระดับเป็นรถชั้นสอง หรือดัดแปลงเป็นรถนอนคนงาน (Workmen's sleepers)

ในยุคเริ่มต้นของทางรถไฟวิกตอเรีย (Victorian Railways หรือ VR) รถโดยสารที่นำมาใช้งานเป็นแบบ ล้อคงที่ (Fixed-wheel) ซึ่งมีความหลากหลายทั้งในด้านชั้นที่นั่งและโครงสร้าง โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยตู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นสองที่ติดตั้งบนโครงล้อสี่ล้อหรือหกล้อ

การออกแบบและลักษณะทางกายภาพ

รถโดยสารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นตามรูปแบบของอังกฤษ โดยมีลักษณะเด่นคือการโหลดผู้โดยสารจากด้านข้าง มีประตูแบบสวิง และที่นั่งแบบม้านั่งยาวขวางตู้ (Cross bench compartment) ซึ่งไม่มีทางเดินเชื่อมต่อภายในตู้ (Non-corridor) ต่อมาได้มีการนำรูปแบบ ซาลูน (Saloon style) มาใช้ในวงจำกัด ซึ่งมีจำนวนประตูน้อยลงและที่นั่งรอบนอก ช่วยเพิ่มความจุของผู้โดยสารโดยอนุญาตให้มีผู้โดยสารยืนได้มากขึ้น

การจำแนกประเภทตู้โดยสาร

ทางรถไฟวิกตอเรียใช้ระบบตัวอักษรเพื่อระบุประเภทของรถโดยสาร ดังนี้:

  • ประเภท A: สำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง
  • ประเภท B: สำหรับผู้โดยสารชั้นสอง
  • ประเภท C: เริ่มแรกใช้สำหรับชั้นสาม ต่อมาเปลี่ยนเป็นรถแบนสำหรับขนส่งรถม้า และต่อมาเป็นรถขนศพ
  • ประเภท D: รถตู้สำหรับพนักงานควบคุมรถ (Guards' vans)
  • ประเภท E: รถตู้ส่งไปรษณีย์ (Mail vans)
  • ประเภท F: รถขนส่งม้า (Horse boxes)

ในช่วงแรก รถส่วนใหญ่ใช้โครงล้อสี่ล้อ แต่ต่อมามีการออกแบบให้ใช้หกล้อ โดยเฉพาะในตู้โดยสารชั้นหนึ่ง เพื่อความนุ่มนวลในการเดินทางที่มากขึ้น

การบริหารจัดการกองรถและการเปลี่ยนแปลง

ระหว่างปี พ.ศ. 2403 ถึง 2423 ทางรถไฟวิกตอเรียได้เข้าซื้อกิจการผู้ให้บริการรถไฟเอกชนหลายราย ทำให้มีการนำรถจากบริษัทเหล่านั้นเข้ามาในกองรถของ VR และมีการเปลี่ยนหมายเลขรถเพื่อให้สอดคล้องกัน สิ่งนี้อธิบายว่าทำไมบันทึกบางฉบับระบุว่ารถบางคันถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2398 ทั้งที่ทางรถไฟวิกตอเรียเริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. 2401

การเปลี่ยนรหัสและสถานะการใช้งาน

เมื่อมีการนำรถโดยสารแบบ โบกี้ (Bogie carriages) เข้ามาใช้งาน รถแบบล้อคงที่รุ่นเก่าจึงถูกลดระดับการใช้งานลง เช่น รถชั้นหนึ่งถูกลดเป็นชั้นสองและเปลี่ยนรหัสเป็น 'B' นอกจากนี้ยังมีการนำรหัสตัวยก 'H' มาใช้ (เช่น BH) เพื่อระบุว่ารถคันนั้นใช้สำหรับบริการในวันหยุด (Holiday traffic) เท่านั้น

ในปี พ.ศ. 2453 ได้มีการเปลี่ยนหมายเลขและรหัสรถโดยสารครั้งใหญ่ โดยตัวอักษร A, B และ D ถูกแทนที่ด้วย X, Y และ Z ตามลำดับ ทำให้รถชั้นหนึ่ง (A) ส่วนใหญ่กลายเป็นรถชั้น X

รถโดยสารชั้นหนึ่ง (A/X/XH)

รถกลุ่มนี้มีหมายเลขตั้งแต่ 1 ถึง 274 โดยส่วนใหญ่มี 4 หรือ 5 ห้องโดยสาร พร้อมประตูทั้งสองด้านและที่นั่งม้านั่งยาว ความจุประมาณ 40-50 คนต่อคัน มีหลังคาทรงโค้งและใช้โครงล้อสี่หรือหกล้อ

รถที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

  • รถนิทรรศการ (Exhibition Car) 1 A: ปัจจุบันคงเหลือในสภาพรถนอนคนงาน (Workman's sleeper) หมายเลข WW 128 ตั้งอยู่ที่ Raywood ใกล้เมือง Bendigo
  • รถทดสอบการมองเห็น (Vision Test Car) 4 A: ใช้หมายเลขนี้เพื่อการติดตามเท่านั้น
  • รถรัฐมนตรี (Ministerial Cars): รถหมายเลข 67 A และ 68 A ถูกสร้างขึ้นที่โรงงาน Williamstown ในปี พ.ศ. 2423 และถูกดัดแปลงเป็นรถรัฐมนตรีหมายเลข 1 และ 2 ในปี พ.ศ. 2437 โดยมีลักษณะภายในที่หรูหราและแตกต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

รถโดยสารแบบล้อคงที่ของทางรถไฟวิกตอเรียแตกต่างจากรถแบบโบกี้อย่างไร?

รถแบบล้อคงที่ (Fixed-wheel) จะมีเพลาล้อที่ยึดติดกับโครงรถโดยตรง ไม่สามารถหมุนได้อิสระเหมือนรถแบบโบกี้ (Bogie) ซึ่งทำให้รถแบบโบกี้มีความนุ่มนวลและบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่า

รหัส 'H' ที่เพิ่มเข้ามาในรหัสประเภทรถหมายถึงอะไร?

รหัส 'H' (เช่น BH) หมายถึงรถที่ถูกจำกัดการใช้งานให้ใช้สำหรับบริการการขนส่งในวันหยุด (Holiday traffic) เท่านั้น

รถโดยสารชั้นหนึ่งรุ่นเก่าถูกนำไปใช้ทำอะไรหลังจากเลิกใช้งานในเส้นทางหลัก?

รถส่วนใหญ่ถูกลดระดับเป็นรถชั้นสอง หรือถูกดัดแปลงเป็นรถนอนคนงาน (Workmen's sleepers) ซึ่งบางคันยังคงใช้งานจนถึงปี พ.ศ. 2523