← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อุปกรณ์ติดตาม GPS คืออะไร? ทำงานอย่างไรและมีกี่ประเภท

สรุปใจความสำคัญ

  • ใช้ระบบ GNSS (เช่น GPS, GLONASS, Galileo) ในการระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์
  • ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์หรือดาวเทียมไปยังเซิร์ฟเวอร์กลางเพื่อการติดตามแบบเรียลไทม์
  • ตลาดโลกของอุปกรณ์ติดตาม GPS มีมูลค่าสูงกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อุปกรณ์ติดตาม GPS หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า GPS Tracker คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบติดตามเพื่อระบุตำแหน่งของทรัพย์สิน บุคคล หรือยานพาหนะที่อุปกรณ์นั้นติดตั้งอยู่ โดยอาศัยระบบดาวเทียมนำทางทั่วโลก (Global Navigation Satellite System หรือ GNSS) ในการคำนวณพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ

อุปกรณ์ติดตาม GPS
ตัวอย่างอุปกรณ์ติดตาม GPS ที่ใช้ในการระบุตำแหน่งแบบเรียลไทม์

ข้อมูลตำแหน่งที่ได้รับจะถูกส่งต่อไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์กลางผ่านโมเด็มสื่อสาร เช่น เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุ หรือดาวเทียม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจัดการยานพาหนะ ทรัพย์สิน บุคลากร หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงได้จากระยะไกล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบขนส่งอัจฉริยะ (Intelligent Transportation Systems) ในปัจจุบัน

เทคโนโลยีและส่วนประกอบสำคัญ

อุปกรณ์ติดตาม GPS สมัยใหม่มีการรวมส่วนประกอบทางอิเล็กทรอนิกส์หลายอย่างเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:

  • ตัวรับสัญญาณ GNSS: ทำหน้าที่รับสัญญาณจากกลุ่มดาวเทียม (เช่น GPS, GLONASS หรือ Galileo) เพื่อคำนวณพิกัดทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ
  • โมดูลการสื่อสาร: ใช้สำหรับส่งข้อมูลตำแหน่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งแบ่งเป็น โมเด็มเซลลูลาร์ (GSM, GPRS, LTE, 5G) สำหรับพื้นที่ทั่วไป และ โมเด็มดาวเทียม สำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
  • ไมโครคอนโทรลเลอร์: หน่วยประมวลผลกลางที่จัดการข้อมูลจากตัวรับสัญญาณ GNSS และควบคุมการส่งข้อมูลผ่านโมดูลสื่อสาร
  • หน่วยความจำ: ใช้สำหรับเก็บข้อมูลตำแหน่งชั่วคราวในกรณีที่อุปกรณ์อยู่นอกพื้นที่ให้บริการเครือข่าย เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
  • แหล่งพลังงาน: อาจเป็นแบตเตอรี่แบบชาร์จได้สำหรับอุปกรณ์พกพา หรือเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของยานพาหนะสำหรับการติดตั้งถาวร

ส่วนประกอบเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย อุปกรณ์บางรุ่นอาจติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม เช่น:

  • Accelerometer และ Gyroscope: ใช้ตรวจจับการเคลื่อนที่ การเอียง และเหตุการณ์ต่างๆ เช่น การเบรกกะทันหัน หรือการชน
  • พอร์ต Input/Output (I/O): ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น เซนเซอร์ตรวจจับการเปิดประตู หรือระบบตัดสตาร์ทเพื่อป้องกันการโจรกรรม
  • กล้อง (Dashcams): การรวมกล้องเข้ากับระบบติดตามเรียกว่า Video Telematics ซึ่งช่วยให้เห็นภาพเหตุการณ์จริงควบคู่ไปกับข้อมูลตำแหน่ง

ประเภทของอุปกรณ์ติดตาม GPS

เราสามารถแบ่งประเภทของอุปกรณ์ติดตามได้ตามลักษณะการใช้งานและรูปแบบของตัวเครื่อง ดังนี้:

1. อุปกรณ์ติดตามบุคคลและทรัพย์สิน (Personal and Asset Trackers)

เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก พกพาสะดวก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ออกแบบมาเพื่อติดตามบุคคล สัตว์เลี้ยง หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น กระเป๋าเดินทาง หรืออุปกรณ์ก่อสร้าง

2. อุปกรณ์ติดตามสำหรับยานพาหนะ (Vehicle Trackers)

มักติดตั้งถาวรในรถยนต์และเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของรถ ใช้ในระบบการจัดการกองรถ (Fleet Management) เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับขี่ การใช้เชื้อเพลิง และการวางแผนเส้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและลดต้นทุน

คำถามที่พบบ่อย

GPS Tracker แตกต่างจากระบบนำทางในรถยนต์อย่างไร?

ระบบนำทาง (Navigation) ใช้รับสัญญาณ GPS เพื่อบอกทางแก่ผู้ขับขี่ แต่อุปกรณ์ติดตาม (Tracker) จะส่งข้อมูลตำแหน่งของรถกลับไปยังผู้ดูแลหรือเซิร์ฟเวอร์เพื่อให้สามารถติดตามรถจากระยะไกลได้

หากอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ GPS Tracker ยังทำงานได้หรือไม่?

หากเป็นรุ่นที่มีหน่วยความจำในตัว อุปกรณ์จะบันทึกตำแหน่งไว้ (Logging) และจะส่งข้อมูลทั้งหมดเมื่อกลับเข้าสู่พื้นที่ที่มีสัญญาณ หรือหากเป็นรุ่นที่ใช้โมเด็มดาวเทียม จะสามารถส่งข้อมูลได้แม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

อุปกรณ์ติดตาม GPS สามารถช่วยป้องกันการโจรกรรมได้อย่างไร?

นอกจากจะระบุตำแหน่งของรถที่ถูกขโมยได้แบบเรียลไทม์แล้ว อุปกรณ์บางรุ่นยังมีฟังก์ชันตัดสตาร์ท (Remote Immobilizer) ที่สามารถสั่งการให้เครื่องยนต์หยุดทำงานได้จากระยะไกล