← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชวังวินเชสเตอร์ อดีตที่พำนักของบิชอปแห่งวินเชสเตอร์ในลอนดอน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นที่พำนักในลอนดอนของบิชอปแห่งวินเชสเตอร์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12
  • ตั้งอยู่ในเขตเซาท์วาร์ก ฝั่งใต้ของแม่น้ำเทมส์ ตรงข้ามกับซิตี้ออฟลอนดอน
  • เป็นที่มาของคำแสลง 'in the clink' ซึ่งหมายถึงการติดคุก จากชื่อคุกเดอะคลิงก์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่
  • ปัจจุบันเป็นโบราณสถานภายใต้การดูแลของ English Heritage

พระราชวังวินเชสเตอร์ (Winchester Palace) เป็นพระราชวังของบิชอปที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เพื่อใช้เป็นบ้านพักในลอนดอนของบิชอปแห่งวินเชสเตอร์ ตั้งอยู่ในเขตเซาท์วาร์ก (Southwark) รัฐเซอร์เรย์ (ในขณะนั้น) บริเวณฝั่งใต้ของแม่น้ำเทมส์ ตรงข้ามกับซิตี้ออฟลอนดอน ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนน Clink Street ในเขตลอนดอนโบโรว์ออฟเซาท์วาร์ก ใกล้กับอาสนวิหารเซาท์วาร์ก (Southwark Cathedral)

ซากปรักหักพังของพระราชวังวินเชสเตอร์
ซากปรักหักพังของพระราชวังวินเชสเตอร์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

ประวัติการก่อสร้างและการใช้งาน

ในอดีต เซาท์วาร์กเป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในสังฆมณฑลวินเชสเตอร์ โดยบิชอปแห่งวินเชสเตอร์เป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่และมีอำนาจสูงในแผ่นดิน เนื่องจากบิชอปแห่งวินเชสเตอร์มักได้รับหน้าที่เป็นขุนคลังของกษัตริย์ (Royal Treasurer) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีที่พำนักในลอนดอนเพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์ ณ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หอคอยลอนดอน หรือเข้าร่วมประชุมสภา

เฮนรีแห่งโบลอิส (Henry of Blois) เป็นผู้สร้างพระราชวังแห่งนี้เพื่อให้เป็นที่พำนักที่มีสถานะสูงและสะดวกสบาย โดยบิชอปแห่งอังกฤษท่านอื่น ๆ ก็มีพระราชวังในลอนดอนเช่นกัน เช่น พระราชวังแลมเบธ (Lambeth Palace) ซึ่งเป็นที่พำนักของอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี

ตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวังวินเชสเตอร์ในลอนดอน
แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของพระราชวังวินเชสเตอร์ในย่านเซาท์วาร์ก

การปรับปรุงและสถาปัตยกรรม

เชื่อกันว่าห้องโถงใหญ่ (Great Hall) ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1136 และได้รับการขยายขนาดพร้อมกับสร้างหน้าต่างกุหลาบ (Rose Window) ในศตวรรษที่ 14 ซึ่งอาจเป็นผลงานของบิชอปวิลเลียมแห่งไวคัม (William of Wykeham) ผู้ดำรงตำแหน่งระหว่างปี ค.ศ. 1367–1398

ในช่วงปี ค.ศ. 1682 ถึง 1686 พระราชวังได้รับการปรับปรุงใหม่โดยเพิ่มเสาแบบคอรินเธียน (Corinthian columns) และเสาหลอก (pilasters) เพื่อให้มีลักษณะแบบเรเนซองส์ที่ทันสมัย โดยมีเอ็ดเวิร์ด สตรอง ผู้พ่อ (Edward Strong the Elder) เป็นผู้ดูแลงานประติมากรรมและงานก่ออิฐ

รายละเอียดสถาปัตยกรรมของพระราชวังวินเชสเตอร์
รายละเอียดส่วนโครงสร้างที่หลงเหลืออยู่ของพระราชวัง

สิ่งอำนวยความสะดวกและเหตุการณ์สำคัญ

พระราชวังประกอบด้วยลานกว้างสองแห่ง และมีอาคารอื่น ๆ ภายในพื้นที่ เช่น คุก โรงบ่มเบียร์ และโรงฆ่าสัตว์ นอกจากนี้ยังมีสวน สนามเทนนิส และสนามโบว์ลิ่ง ด้านล่างของห้องโถงใหญ่เป็นห้องใต้ดินแบบโค้ง (vaulted cellar) ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับท่าเรือริมแม่น้ำเทมส์เพื่อใช้ขนส่งเสบียงได้โดยตรง

พระราชวังแห่งนี้เคยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองระดับสูง รวมถึงพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งสกอตแลนด์ ในโอกาสที่ทรงอภิเษกสมรสกับโจน โบฟอร์ต (Joan Beaufort) หลานสาวของคาร์ดินัลเฮนรี โบฟอร์ต บิชอปในขณะนั้น เมื่อปี ค.ศ. 1424

ซากกำแพงและโครงสร้างหินของพระราชวัง
โครงสร้างหินโบราณที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต

ในช่วงสงครามกลางเมืองอังกฤษ เซอร์โทมัส โอกิล (Sir Thomas Ogle) ถูกคุมขังที่นี่ และได้พยายามดึงตัวโทมัส เดเวนิช (Thomas Devenish) ให้เข้าร่วมแผนการของฝ่ายรอยัลลิสต์เพื่อสร้างความแตกแยกในกลุ่มรัฐสภาเพื่อช่วยเหลือพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1

เขตเสรีภาพเดอะคลิงก์ (The Clink Liberty)

พื้นที่รอบพระราชวังวินเชสเตอร์เรียกว่า เขตเสรีภาพเดอะคลิงก์ (Liberty of the Clink) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลของซิตี้ออฟลอนดอน ทำให้กิจกรรมที่ถูกสั่งห้ามในตัวเมืองสามารถดำเนินได้อย่างเปิดเผย เช่น บ่อนการพนัน สนามโบว์ลิ่ง โรงละคร และซ่องโสเภณี

ชื่อนี้มีที่มาจาก คุกเดอะคลิงก์ (Clink prison) ที่ตั้งอยู่ในเขตนี้ ซึ่งเป็นที่มาของคำแสลงในภาษาอังกฤษว่า "in the clink" ที่หมายถึงการติดคุก นอกจากนี้ บิชอปแห่งวินเชสเตอร์ยังได้รับค่าเช่าจากซ่องโสเภณีจำนวนมากในพื้นที่นี้ จนทำให้โสเภณีในท้องถิ่นถูกเรียกว่า "Winchester geese" (ห่านแห่งวินเชสเตอร์)

ทัศนียภาพของซากพระราชวังวินเชสเตอร์
ทัศนียภาพโดยรวมของซากพระราชวังวินเชสเตอร์ในปัจจุบัน

สถานะในปัจจุบัน

พระราชวังวินเชสเตอร์ถูกใช้งานจนถึงประมาณปี ค.ศ. 1700 จากนั้นถูกเปลี่ยนเป็นที่พักอาศัยราคาถูก (tenements) และโกดังเก็บสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำลายโดยไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1814 อย่างไรก็ตาม ส่วนของห้องโถงใหญ่และหน้าต่างกุหลาบทางทิศตะวันตกได้ปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นหลังจากการเกิดไฟไหม้ในศตวรรษที่ 19 และการพัฒนาพื้นที่ในศตวรรษที่ 20

ปัจจุบัน ซากปรักหักพังของพระราชวังวินเชสเตอร์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน (Scheduled Monument) ระดับ Grade II และอยู่ภายใต้การดูแลของ English Heritage

คำถามที่พบบ่อย

พระราชวังวินเชสเตอร์ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่บนถนน Clink Street ในเขตลอนดอนโบโรว์ออฟเซาท์วาร์ก (Southwark) ฝั่งใต้ของแม่น้ำเทมส์

ทำไมบิชอปแห่งวินเชสเตอร์ถึงต้องมีพระราชวังในลอนดอน?

เพราะบิชอปแห่งวินเชสเตอร์มักดำรงตำแหน่งขุนคลังของกษัตริย์ (Royal Treasurer) จึงต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในลอนดอนและเวสต์มินสเตอร์บ่อยครั้ง

คำว่า 'in the clink' มีที่มาจากไหน?

มีที่มามาจากคุกเดอะคลิงก์ (Clink prison) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเสรีภาพเดอะคลิงก์ (Liberty of the Clink) ใกล้กับพระราชวังวินเชสเตอร์

ปัจจุบันสามารถเข้าชมพระราชวังวินเชสเตอร์ได้หรือไม่?

ปัจจุบันหลงเหลือเพียงซากปรักหักพังซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานและดูแลโดย English Heritage