วิกฤตการณ์ราคาอาหารโลกปี 2007–2008
สรุปใจความสำคัญ
- ระหว่างปี 2006-2008 ราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นถึง 217% และข้าวสาลีเพิ่มขึ้น 136%
- สาเหตุหลักเกิดจากปัจจัยผสมผสานระหว่างภัยแล้ง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และการนำพืชอาหารไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
- การขยายตัวของชนชั้นกลางในเอเชียทำให้ความต้องการอาหารประเภทเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ความต้องการธัญพืชเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- การเก็งกำไรของกองทุน Hedge Funds ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์มีส่วนทำให้ราคาอาหารผันผวนรุนแรง
วิกฤตการณ์ราคาอาหารโลกปี 2007–2008 คือช่วงเวลาที่ราคาอาหารในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปี 2007 และไตรมาสแรกและไตรมาสที่สองของปี 2008 ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ การเมือง และความไม่สงบทางสังคมทั้งในประเทศยากจนและประเทศพัฒนาแล้ว แม้ว่าสื่อมวลชนจะมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นจากราคาอาหารที่สูงขึ้น แต่ในความเป็นจริง วิกฤตความไม่มั่นคงทางอาหารนี้เป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปี
หลังจากราคาพุ่งสูงสุดในไตรมาสที่สองของปี 2008 ราคาอาหารได้ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยปลายทศวรรษ 2000 อย่างไรก็ตาม ราคาได้กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี 2009 และ 2010 จนถึงระดับสูงสุดใหม่ในปี 2011 และ 2012 ซึ่งสูงกว่าระดับในปี 2008 เล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลดลงและแตะระดับต่ำสุดในเดือนมีนาคม 2016 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดวิกฤตในปี 2006
สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร
ปัจจัยที่ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2006 มีความซับซ้อนและเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้:
- ภัยแล้งและสภาพอากาศ: เกิดภัยแล้งในประเทศผู้ผลิตธัญพืชรายใหญ่ ส่งผลให้ผลผลิตลดลง
- ราคาน้ำมัน: การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตทางการเกษตร ทั้งค่าปุ๋ย ค่าขนส่งอาหาร และต้นทุนการทำเกษตรกรรมเชิงอุตสาหกรรม
- เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels): การเพิ่มขึ้นของการใช้พืชผลทางการเกษตรเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้ปริมาณอาหารสำหรับบริโภคลดลง (เกิดภาวะ Food vs Fuel)
- ความต้องการอาหารที่เปลี่ยนไป: การขยายตัวของชนชั้นกลางในเอเชีย โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย นำไปสู่ความต้องการอาหารที่หลากหลายและมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น เช่น เนื้อสัตว์ ซึ่งต้องใช้ธัญพืชในปริมาณมากเพื่อเป็นอาหารสัตว์ (เช่น เนื้อวัว 1 กิโลกรัม ต้องใช้ธัญพืชถึง 7 กิโลกรัม)
- การเก็งกำไรในตลาดการเงิน: องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้แสดงความกังวลว่ากองทุน Hedge Funds ที่เข้ามาเก็งกำไรในราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีส่วนทำให้ราคาผันผวนและพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ปริมาณสำรองอาหารโลกลดลง: การลดลงของสต็อกอาหารสำรองทั่วโลกทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน

การเปลี่ยนแปลงของราคาพืชผลหลัก
ระหว่างปี 2006 ถึง 2008 ราคาเฉลี่ยของพืชผลหลักในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนี้:
| พืชผล | เปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของราคา |
|---|---|
| ข้าว | 217% |
| ข้าวสาลี | 136% |
| ข้าวโพด | 125% |
| ถั่วเหลือง | 107% |
โดยเฉพาะราคาข้าวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปลายเดือนเมษายน 2008 ราคาข้าวแตะระดับ 24 เซนต์สหรัฐต่อปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในระยะเวลาเพียงเจ็ดเดือน
ข้อโต้แย้งเรื่องการเติบโตของประชากร
มีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับบทบาทของการเติบโตของประชากรโลก นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นสาเหตุหลัก แต่ผู้เชี่ยวชาญอีกกลุ่มชี้ให้เห็นว่าอัตราการเติบโตของประชากรโลกได้ลดลงอย่างมากตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และปริมาณธัญพืชที่ผลิตได้ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าการเติบโตของประชากร อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2006-2007 ผลผลิตข้าวสาลีลดลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับปี 2004-2005 ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นที่ทำให้เกิดวิกฤต
คำถามที่พบบ่อย
วิกฤตการณ์ราคาอาหารโลกปี 2007-2008 เกิดจากอะไร?
เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ภัยแล้งในประเทศผู้ผลิตหลัก, ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเพิ่มต้นทุนการผลิตและขนส่ง, การนำพืชอาหารไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ, ความต้องการอาหารที่มีมูลค่าสูงขึ้น (เช่น เนื้อสัตว์) จากชนชั้นกลางในเอเชีย และการเก็งกำไรในตลาดการเงิน
พืชผลชนิดใดที่มีราคาพุ่งสูงที่สุดในช่วงวิกฤต?
ข้าวเป็นพืชผลที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงที่สุด โดยมีราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 217% ระหว่างปี 2006 ถึง 2008
การเติบโตของประชากรโลกเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตนี้หรือไม่?
ไม่ใช่สาเหตุหลักเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอัตราการเติบโตของประชากรลดลงตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และการผลิตธัญพืชโดยรวมยังคงเติบโตทันการเพิ่มขึ้นของประชากร แต่ปัจจัยด้านการใช้ทรัพยากร (เช่น การผลิตเนื้อสัตว์และเชื้อเพลิงชีวภาพ) มีผลกระทบมากกว่า
ราคาอาหารลดลงเมื่อใด?
ราคาอาหารลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยปลายทศวรรษ 2000 หลังจากพุ่งสูงสุดในไตรมาสที่สองของปี 2008
เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างไรต่อสังคม?
ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร นำไปสู่การประท้วงและจลาจลในหลายประเทศ ทั้งในประเทศยากจนและประเทศพัฒนาแล้วเนื่องจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
