← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชาวยูกิ ประวัติศาสตร์และการต่อสู้ของชนเผ่าพื้นเมืองในแคลิฟอร์เนีย

สรุปใจความสำคัญ

  • ชาวยูกิแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ ชาวหุบเขา (Ukomno'om), ชาวนอกหุบเขา (Huchnom) และชาวชายฝั่ง (Ukohtontilka)
  • ประชากรชาวยูกิลดลงอย่างรุนแรงจากประมาณ 20,000 คน เหลือเพียงไม่กี่ร้อยคนในช่วงปี 1854-1864 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแคลิฟอร์เนีย
  • ภาษาพื้นเมืองยูกิสูญสิ้นไปอย่างสมบูรณ์ในปี 1983 เมื่อผู้พูดคนสุดท้ายเสียชีวิต
  • มีระบบการนับเลขแบบฐานสี่ที่แปลกเป็นเอกลักษณ์ โดยนับช่องว่างระหว่างนิ้วมือ

ชาวยูกิ (Yuki หรือ Yukiah) เป็นกลุ่มชนพื้นเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งในอดีตแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่ Ukomno'om (ชาวหุบเขา หรือชาวยูกิแท้), Huchnom (ชาวนอกหุบเขา) และ Ukohtontilka หรือ Ukosontilka (ชาวมหาสมุทร หรือชาวยูกิชายฝั่ง) โดยมีถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมครอบคลุมบริเวณราวนด์แวลลีย์ (Round Valley) รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ในเคาน์ตีเมนโดซิโน (Mendocino County) และเคาน์ตีเลก (Lake County)

ในปัจจุบัน สมาชิกของกลุ่มชาวยูกิได้รับการจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของ ชนเผ่าอินเดียนราวนด์แวลลีย์ (Round Valley Indian Tribes) ภายในเขตสงวนราวนด์แวลลีย์ ทั้งนี้ คำว่า "ยูกิ" (Yuki) อาจเป็นคำเรียกจากภายนอก (exonym) ที่มีรากศัพท์มาจากภาษาของชาววินตู (Wintu) ซึ่งมีความหมายว่า "คนแปลกหน้า" หรือ "ศัตรู"

ภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ของชาวยูกิ
ภาพบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงวิถีชีวิตและลักษณะของชาวยูกิในอดีต

ประวัติศาสตร์และการเผชิญหน้า

นักโบราณคดี รวมถึง อัลเฟรด โครเบอร์ (Alfred Kroeber) สันนิษฐานว่าชาวยูกิอาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียมานานหลายพันปี และอาจเคยครอบครองพื้นที่กว้างขวางกว่าถิ่นที่อยู่ดั้งเดิมในเคาน์ตีเมนโดซิโน โดยมีหลักฐานว่าพวกเขาอาจตั้งถิ่นฐานลงมาทางใต้ถึงภูเขาฮูด (Hood Mountain) ในเคาน์ตีโซโนมา (Sonoma County) ในปัจจุบัน

ในด้านลักษณะทางกายภาพ นักวิชาการระบุว่าชาวยูกิมีลักษณะที่แตกต่างจากชนพื้นเมืองอเมริกันส่วนใหญ่ โดยมีรูปร่างเตี้ยและมีกะโหลกศีรษะยาว (Dolichocephalic) ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้น้อยในกลุ่มอินเดียนแดง แต่อาจมีความคล้ายคลึงกับกลุ่ม Guaycura และ Pericú ในคาบสมุทรบาฮากาลิฟอร์เนียที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้อยู่อาศัยยุคแรกเริ่มของทวีปอเมริกา

การบังคับย้ายถิ่นฐานและสงครามเมนโดซิโน

ในปี ค.ศ. 1856 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดตั้งเขตสงวน Nome Cult Farm (ซึ่งต่อมากลายเป็นเขตสงวนราวนด์แวลลีย์) โดยมีการบังคับให้ชาวยูกิและชนเผ่าท้องถิ่นอื่น ๆ หลายพันคนย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่นี้ โดยไม่มีการสนับสนุนด้านการดำรงชีวิตที่เพียงพอ นำไปสู่ความตึงเครียดและเกิด สงครามเมนโดซิโน (Mendocino War) ในปี ค.ศ. 1859 ซึ่งกองกำลังอาสาสมัครของชาวผิวขาวได้สังหารชาวยูกิไปเป็นจำนวนมาก และบังคับผู้ที่เหลือให้ย้ายไปยัง Nome Cult Farm

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการลดลงของประชากร

ประเด็นเรื่องจำนวนประชากรของชาวยูกิเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงในเชิงวิชาการ โดย อัลเฟรด โครเบอร์ ประเมินว่าในปี ค.ศ. 1770 มีประชากรชาวยูกิรวมประมาณ 3,000 คน ขณะที่ เชอร์เบิร์น เอฟ. คุก (Sherburne F. Cook) เสนอตัวเลขที่สูงกว่าคือ 9,730 คน

อย่างไรก็ตาม เบนจามิน แมดลีย์ (Benjamin Madley) นักวิจัยระบุว่าชาวยูกิเผชิญกับการลดลงของประชากรอย่างรุนแรงภายใต้การปกครองของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี ค.ศ. 1854 ถึง 1864 ประชากรลดลงจากประมาณ 20,000 คน เหลือเพียงไม่กี่ร้อยคน ซึ่งเกิดจากนโยบายการตั้งถิ่นฐาน การสังหารหมู่ การลักพาตัว การข่มขืนที่นำไปสู่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการละเลยอย่างจงใจในเขตสงวนราวนด์แวลลีย์

แมดลีย์โต้แย้งว่าเหตุการณ์นี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่ามีโรคระบาดอื่นใดที่ทำให้ประชากรลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มาจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรป ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ อี.เอ็น. แอนเดอร์สัน (E.N. Anderson) ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ ที่ระบุว่าการกวาดล้างชาวยูกิคือการสังหารหมู่เพื่อล้างเผ่าพันธุ์

ภาษาและวัฒนธรรม

ภาษาพื้นเมืองยูกิ (Yuki language) ได้สูญสิ้นไปแล้วหลังจากผู้พูดคนสุดท้ายคือ อาเธอร์ แอนเดอร์สัน (Arthur Anderson) เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1983 ภาษานี้มีความสัมพันธ์ห่าง ๆ กับภาษาแวปโป (Wappo) ซึ่งทั้งสองภาษารวมกันเป็นตระกูลภาษา ยูกิแอน (Yukian language family)

ลักษณะเด่นของภาษาและวัฒนธรรมยูกิคือ ระบบการนับเลขแบบฐานสี่ (Quaternary system) ซึ่งเป็นการนับช่องว่างระหว่างนิ้วมือ แทนที่จะนับตัวนิ้วมือโดยตรง

พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน

ในด้านการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ ชาวยูกิมีความเชี่ยวชาญในการนำรากขนาดใหญ่ของพืชตระกูล Carex (กก) มาใช้ในการจักสานตะกร้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานหัตถกรรมดั้งเดิมของเผ่า

สถานะปัจจุบัน

หลังจากการบังคับย้ายถิ่นฐานไปยังเขตสงวนราวนด์แวลลีย์ เกิดการแต่งงานข้ามเผ่าระหว่างกลุ่มชนพื้นเมืองต่าง ๆ ทำให้เกิดประชากรที่มีเชื้อสายผสมจำนวนมาก ซึ่งรวมตัวกันเป็น ชนเผ่าอินเดียนราวนด์แวลลีย์ (Round Valley Indian Tribes) ในการสำรวจสำมะโนประชากรปี ค.ศ. 2010 มีผู้ระบุว่าตนมีเชื้อสายยูกิ 569 คน โดยในจำนวนนี้มี 255 คนที่เป็นสายเลือดบริสุทธิ์

คำถามที่พบบ่อย

ชาวยูกิอาศัยอยู่ที่ไหนในอดีต?

ชาวยูกิอาศัยอยู่ในพื้นที่ราวนด์แวลลีย์ (Round Valley) และพื้นที่ส่วนใหญ่ของเคาน์ตีเมนโดซิโนและเคาน์ตีเลก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ทำไมประชากรชาวยูกิจึงลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงศตวรรษที่ 19?

เกิดจากการสังหารหมู่ นโยบายการตั้งถิ่นฐานที่รุนแรง การลักพาตัว และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่นำมาจากผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรป ซึ่งนักวิชาการหลายท่านระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ภาษาของชาวยูกิยังมีผู้พูดอยู่หรือไม่?

ไม่มีแล้ว ภาษาพื้นเมืองยูกิได้สูญสิ้นไปในปี 1983 หลังจากผู้พูดคนสุดท้ายเสียชีวิต

ปัจจุบันชาวยูกิรวมกลุ่มกันในชื่ออะไร?

ปัจจุบันพวกเขาเป็นสมาชิกของชนเผ่าอินเดียนราวนด์แวลลีย์ (Round Valley Indian Tribes) ในเขตสงวนราวนด์แวลลีย์